เมื่อวันที่ 12 พ.ย.  นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร  กล่าวถึงกรณี ฮาร์ท-สุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล อดีตนักร้องดัง เข้ารับทราบข้อหาความผิดตามมาตรา 112 ต่อ พนักงานสอบสวน บก.ปอท. สาเหตุโพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์นายกฯ ในการบริหารจัดการ ว่า เท่าที่ทราบพนักงานสอบสวน น่าจะนำคดีที่ตนยื่นร้องไว้ต่อ ผบก.ปอท. กรณีของ นายฮาร์ท สุทธิพงศ์ เข้าไปรวมเป็นคดีเดียวกัน หลังจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของทาง บก.ปอท. ที่จะต้องดำเนินการและตีความว่าประเด็นทีพูดมันผิดต่อ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่ตนกล่าวอ้างหรือไม่ และต้องไปผนวกกันทางทนายนายกรัฐมนตรีด้วย น่าจะเป็นมาตราเดียวกัน น่าจะใช้เวลาไม่นาน ที่หนักก็คือเกี่ยวกับมาตรา 112 ที่ ฮาร์ท สุทธิพงศ์ ต้องมาอธิบายให้กับพนักงานสอบสวนทราบ เจ้าตัวน่าจะยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วคงต้องมาอีกรอบหนึ่ง ตนไม่ทราบรายละเอียด โดยหลักการก็น่าจะปฏิเสธข้อหานี้อยู่แล้ว แต่การจะปฏิเสธหรือไม่นั้น ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จะยังคงมีเอกสารหลักฐานที่ออกมาอยู่แล้ว โดยเขาอาจปฏิเสธว่าไม่ใช่ตัวเขา อย่าลืมว่าคอมพิวเตอร์มีแฮกกันได้ มีปลอมกัน เป็นอวตารเอาชื่อหรือหน้าคนอื่นมาใส่แทนกันได้

ดังนั้นการที่ตนยื่น ปอท. เพื่อให้มีตรวจสอบก่อนเบื้องต้น เพราะเราไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ปรากฏบนคอมพิวเตอร์ เป็นตัวเขาเองจริงหรือไม่ ซึ่งต้องให้โอกาสเขาได้ชี้แจง โดยหลักการต้องมาพิสูจน์กันต่อไป อย่างไรก็ตามตนสังเกตว่าวานนี้(11 พ.ย.) ฮาร์ท สุทธิพงศ์ มีท่าทีเบาลง แต่หากจะมีโพสต์ต่ออีกก็ต้องเป็นหน้าที่ของทางตำรวจ ปอท. ต้องดำเนินการต่อไป

ส่วนหลังพบพนักงานสอบสวน ปอท.แล้ว ฮาร์ท สุทธิพงศ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า ”สวรรค์ในอก นรกในไทย” นั้น นายสนธิญา กล่าวว่า หากทำในสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง ก็ถูกต้อง แต่ถ้าเราทำในสิ่งที่มีปัญหา มันก็มีปัญหา  ซึ่งไม่ใช่อยู่ที่ใครทั้งสิ้น แต่อยู่ที่ตัวเองทั้งนั้น ทั้งนี้ ตนขอความฝากความปราถนาดีไปถึง ฮาร์ท สุทธิพงศ์ ด้วยว่า ตนไม่มีเรื่องอะไรที่เป็นเรื่องมีความไม่พอใจส่วนตัวกับเขา แต่เรื่องข้อความอะไรที่โพสต์ลงในคอมพิวเตอร์ จะต้องระมัดระวัง จึงเรียกร้องว่าครั้งหน้าครั้งหลังให้ระมัดระวัง เพราะว่าเรามีเจ้าหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ของประเทศนี้อยู่ แล้วการที่เขาเป็นนักร้องและมีคนตามอยู่เยอะ  การโพสต์หรือจะทำอะไรก็โปรดระมัดระวังก็จะเป็นประโยชน์ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งหากมีโพสต์ข้อความที่ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามต้องผิดกฎหมายไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้เลย