สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ว่า ความสัมพันธ์ทางการค้าจีน-สหรัฐ มีบทบาทสำคัญกับเศรษฐกิจโลก เนื่องจากมีผลผลิตทางเศรษฐกิจโดยรวมคิดเป็นกว่า 1 ใน 3 ของผลผลิตโดยรวมทั่วโลก และปริมาณการค้าทวิภาคีคิดเป็นราว 1 ใน 5 ของการค้าทั่วโลก
ท่ามกลางการฟื้นตัวของโลกที่เฉื่อยชาและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น การเปิดกว้างช่องทางสื่อสารระหว่างสองฝ่ายอย่างต่อเนื่องนั้นเป็นสิ่งสำคัญชัดเจน ขณะการสร้างความก้าวหน้าอันมีสาระสำคัญ สะท้อนความพยายามร่วมในการสงวนจุดต่างแสวงจุดร่วม ท่ามกลางสภาพแวดล้อมโลกอันซับซ้อน
จีนดำเนินแนวทางอันคงเส้นคงวาและสร้างสรรค์ ในการจัดการความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับสหรัฐมาตลอด และมุ่งแสวงหาการนำพาความสัมพันธ์ทวิภาคี กลับสู่วิถีทางที่มีเสถียรภาพอันดีผ่านการเจรจาหารือ จึงเป็นเรื่องน่าชื่นชมที่สหรัฐแสดงความตั้งใจในกระบวนการดังกล่าวด้วย แต่ย่อมมิอาจละเลยความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว โดยการกำหนดภาษีศุลกากรฝ่ายเดียวของสหรัฐ ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีน-สหรัฐ เศรษฐกิจโลก รวมถึงธุรกิจและผู้บริโภคในสหรัฐ
ผลกระทบระดับโลกเป็นเรื่องน่ากังวลยิ่งกว่า เนื่องจากภาษีศุลกากรเหล่านี้ปั่นป่วนเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่อุตสาหกรรมระดับโลก และบ่อนทำลายระบบการค้าพหุภาคีที่อิงกฎระเบียบ โดยสถาบันระหว่างประเทศอย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เตือนหลายครั้งว่าการกีดกันทางการค้า เป็นภัยคุกคามใหญ่ต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจโลก ซึ่งการหารือระหว่างจีนกับสหรัฐรอบล่าสุดได้ส่งสัญญาณแห่งเสถียรภาพ และความแน่นอนที่ทั่วโลกต้องการอย่างยิ่ง
ผลลัพธ์เชิงบวกจากการหารือครั้งล่าสุด ตอกย้ำว่าการเจรจาอย่างเท่าเทียมและสร้างสรรค์ มิใช่การปะทะคะคาน เป็นวิถีทางอันมีประสิทธิภาพเพียงหนึ่งเดียวที่ประเทศใหญ่สามารถใช้จัดการความแตกต่าง โดยบริบทและพันธกิจของชาติที่แตกต่างกัน ย่อมทำให้ความเห็นต่างเป็นสิ่งที่มิอาจหลีกเลี่ยง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือความแตกต่างเหล่านั้นต้องถูกจัดการ ภายใต้ความเคารพซึ่งกันและกัน ต่อผลประโยชน์หลักของอีกฝ่าย และผ่านการเจรจาอย่างต่อเนื่อง
การประชุมระดับสูงด้านกิจการเศรษฐกิจและการค้า ระหว่างจีนกับสหรัฐ ณ นครเจนีวา จึงเป็นก้าวบวกในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าทวิภาคี ช่วยวางรากฐานสำหรับการเจรจาอย่างต่อเนื่องในอนาคต แม้การกลับมาเจรจาหารือจะเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการแก้ไขข้อแตกต่างระหว่างสองประเทศ ที่ใช้เวลายาวนาน มีความซับซ้อน และเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งสองฝ่ายต้องรักษาแรงขับเคลื่อนของการเจรจา ควบคุมความแตกต่าง สั่งสมฉันทามติ และเสริมสร้างความไว้วางใจผ่านการหารืออย่างเท่าเทียม
นอกจากนั้น สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือ ทั้งสองฝ่ายควรดำเนินความสัมพันธ์ทวิภาคีอันสำคัญที่สุดนี้ ด้วยมุมมองระยะยาวและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลยิ่งขึ้น คำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีขั้นพื้นฐานของประชาชน ตลอดจนภาพรวมสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของโลก โดยการเสริมสร้างความร่วมมือบนพื้นฐานผลประโยชน์ร่วม และการจัดการความแตกต่างด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน ไม่ใช่เพียงความรับผิดชอบของจีนและสหรัฐเท่านั้น แต่ยังเป็นความคาดหวังของประชาคมระหว่างประเทศอีกด้วย.
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA



