เมื่อวันที่ 13 พ.ย. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 สั่งการให้ พ.ต.อ.มาโนต หวังสู้ศึก ผกก.สส.บก.สส.ภ.2 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 ประสาน พ.ต.อ.ศตวรรษ บุญมี ผกก.1 บก.ทล. ร่วมกันจับกุมตัวนายสุริยา หรือยา (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี คนร้ายชิงทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ จ.ชลบุรี พร้อมด้วยของกลางเงินสด 595,000 บาท และอาวุธปืน (ปลอม) สีดำ 1 กระบอก จับกุมได้บนรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ–เชียงใหม่ หน้าปั๊ม ปตท. ถนนสายเอเชีย ต.ท่าโฉนด อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท
สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ (12 พ.ย.) เวลาประมาณ 15.30 น. เกิดเหตุคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 30-35 ปี สูงประมาณ 170 ซม. สวมหมวกแก๊ปสีดำ ยี่ห้อ adidas สวมเสื้อยืดสีขาว สะพายเป้สีดำ กางเกงขายาว รองเท้าแตะ ขับขี่รถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีแดง-ขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เข้ามาก่อเหตุชิงเงินสด 6 แสนบาท จากธนาคารกรุงเทพ สาขาบ้านเก่า หมู่ที่ 3 ต.บ้านเก่า อ.พานทอง จ.ชลบุรี โดยคนร้ายเดินเข้ามาหาพนักงานธนาคารที่เคาน์เตอร์ ก่อนยื่นกระดาษพร้อมข้อความระบุว่า “ห้ามคุยกับใครในกระเป๋ามีปืน ทำตัวปกติเอาเงินมา 4 ล้าน ถ้าพูดคุยกับใครมีคนตาย ซึ่งคุณเป็นคนแรก”

ซึ่งพนักงานคนดังกล่าวจึงได้หยิบเงินโดยไม่ทราบจำนวน ส่งให้คนร้ายไปประมาณ 6 แสนบาท ทางคนร้ายจึงได้หยิบเงินใส่กระเป้ที่สะพายมา ก่อนที่จะเดินออกไปอย่างใจเย็น โดยใช้เวลาก่อเหตุประมาณ 5 นาที ก่อนจะขับรถหลบหนีไป ต่อมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 นำกำลังสืบสวนหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุโดยเร็ว
พล.ต.ต.ธีรเดช เปิดเผยว่า จากการสืบสวนทราบว่า นายสุริยา ผู้ต้องหาทำงานอยู่ที่โรงงานแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนครชลบุรี เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามตัวไปที่โรงงานและบ้านพักแต่ไม่พบ โดยผู้ต้องหาได้นำเงินสดที่ได้จากการชิงทรัพย์หลบหนีไปพร้อมอาวุธปืน และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า หลังก่อเหตุได้ขึ้นรถตู้โดยสารไปที่กรุงเทพฯ แล้วต่อขึ้นรถโดยสารจากขนส่งหมอชิต มุ่งหน้าไป จ.เชียงใหม่
พล.ต.ต.ธีรเดช เปิดเผยต่อว่า เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปอย่างกระชั้นชิด เพราะเกรงว่าผู้ต้องหาอาจเป็นอันตรายแก่ประชาชนและผู้โดยสารบนประจำทาง เนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายมีอาวุธปืนติดตัวและเพิ่งก่อเหตุมา จึงได้ร่วมกับตำรวจทางหลวง กก.1 บก.ทล. ประสานในเส้นทางที่ผู้ต้องหามุ่งหน้าหลบหนีให้ช่วยกันสกัดจับ จนสามารถติดตามไปพบตัวผู้ต้องหาขณะอยู่บนรถโดยสารดังกล่าว
จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นคนร้ายที่ก่อเหตุจริง เนื่องจากมีหนี้บัตรเครดิต บ้าน รถ จำนองที่นา รวมมีหนี้สินจำนวนกว่า 3 ล้านบาท และวางแผนก่อเหตุมาตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยไปดูธนาคารในพื้นที่มาก่อนหน้าแล้ว 4 แห่ง ก่อนลงมือก่อเหตุที่ธนาคารดังกล่าว ส่วนข้อความที่เขียนยื่นให้พนักงานนั้น เพราะไม่อยากให้คนมาใช้บริการธนาคารแตกตื่น
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธและโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด และพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” ก่อนนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



