สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ว่า สำนักงานอุตุนิยมวิทยา ภูมิอากาศวิทยา และธรณีฟิสิกส์ของอินโดนีเซีย (บีเอ็มเคจี) คาดการณ์ว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจะเข้าสู่ฤดูแล้งระหว่าง เดือน เม.ย.-มิ.ย. โดยจุดสูงสุดของฤดูแล้งจะอยู่ในเดือน ส.ค. ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ป่าที่มากยิ่งขึ้น
ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ หรือระหว่างเดือน ม.ค.-พ.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงป่าไม้ของอินโดนีเซีย ได้รับรายงานเหตุการณ์ไฟไหม้ป่า 163 ครั้ง ในหลายจังหวัด ซึ่งเผาผลาญพื้นที่และป่ารวมกันมากกว่า 3,200 เฮกตาร์ หรือราว 32 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีขนาดเท่ากับเขตบริหารพิเศษมาเก๊า
เนื่องจากฤดูแล้งกำลังใกล้เข้ามา รัฐบาลอินโดนีเซียผลักดันมาตรการป้องกันหลายประการ รวมถึงการลาดตระเวนร่วมกับทหารและตำรวจ และการติดตามไฟไหม้ ขณะที่มาตรการอื่นรวมถึงการจัดตั้งแผนกจัดการไฟป่า เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา เพื่อให้กระทรวงและสถาบันต่าง ๆ ของรัฐ สามารถประสานงานกันได้ โดยให้ความสำคัญกับ 7 จังหวัดเสี่ยงที่ถูกไฟไหม้ และเป็นที่ตั้งของป่าพรุจำนวนมาก ซึ่งได้แก่ จังหวัดรีเยา สุมาตราใต้ จัมบิ กาลีมันตันใต้ กาลีมันตันตะวันตก กาลีมันตันตะวันออก และกาลีมันตันกลาง
ขณะเดียวกัน นายฮานีฟ ไฟซอล นูโรฟีก รมว.สิ่งแวดล้อมอินโดนีเซีย เรียกร้องให้บริษัทต่าง ๆ ซึ่งอยู่ภายใต้สมาคมปาล์มน้ำมันอินโดนีเซีย ผลักดันมาตรการป้องกันไฟป่า เพื่อช่วยให้รัฐบาลบรรลุเป้าหมาย “ไฟป่าเป็นศูนย์” ภายในปีนี้
ตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค. นี้ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาอินโดนีเซีย ทำงานร่วมกับสำนักงานบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ในปฏิบัติการหว่านเมฆเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟไหม้บริเวณพื้นที่พรุในจังหวัดรีเยา ลุกลาม เช่นเดียวกับในจังหวัดอื่น ๆ เช่น อาเจะห์ และนูซาเติงการาตะวันออก ที่ประสบกับปัญหาไฟป่า ซึ่งปะทุเมื่อไม่นานมานี้.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



