เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) “บิ๊กอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุม แทน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 25-27 พ.ค.
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่ให้ “อดีตนายกฯ ปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชดใช้ค่าเสียหายกรณีการทุจริตการระบายข้าวที่เสียหาย 35,717 ล้านบาท แต่ให้ชดใช้ส่วนจีทูจี 10,028 ล้านบาท ว่า คำสั่งของศาลหมายความว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ ยกเลิกคำสั่งเดิมเพื่อดำเนินการใหม่ และต้องมีคณะกรรมการเข้าไปดูแลความเสียหาย คำนวณค่าเสียหายใหม่ เพราะมีข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การขายข้าว ศาลให้กระทรวงการคลังไปดูใน 60 วัน
“อดีตนายกฯ แม้ว” ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า อดีตนายกฯ ปู ก็ยังมีสิทธิที่จะเสนอพิจารณาใหม่ได้ ภายใน 90 วัน ได้คุยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ บ้าง ในเรื่องคดีเขาก็สู้ไป เป็นแพ่ง ไม่ใช่อาญา ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นอุปสรรคการเดินทางกลับประเทศไทยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า “รอให้เหตุการณ์ทุกอย่างสงบ ตอนนี้มีคนปั่นพายุอยู่ เดี๋ยวพายุก็หมด ส่วนคนที่ปั่นพายุนั้นไม่ทราบว่าเป็นใคร เป่าอยู่นั่น แต่เดี๋ยวก็จบแล้วไม่มีอะไร”

สำหรับกรณีเอาผิดแพทย์เอี่ยวคดีชั้น 14 ตามที่ถูกร้องเรียน 4 คน แพทยสภาสั่งลงโทษ 3 คน นายพงษ์ศักดิ์ แก้วกมล กรรมการ ผู้แทนประธานคณะกรรมการเสนอความเห็นสภานายกพิเศษเพื่อพิจารณา มีความเห็นส่งให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษ แพทยสภา
นายธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผช.รมต.สธ. กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ทุกคนมีความเห็นว่าข้อมูลที่แพทยสภาส่งมานั้นยังไม่ครบ เพราะนอกจากกฎหมายของแพทยสภาแล้ว ยังต้องพิจารณากฎหมายของกรมราชทัณฑ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ร่วมด้วย เพราะกฎหมายแต่ละหน่วยงานมีศักดิ์ที่เทียบเท่ากันได้ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานต่างกัน จึงต้องเอาทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาพิจารณา และข้อเท็จจริงอีกเรื่องที่ขอเอกสารเพิ่มเติมไป แต่ปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับ
นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ กรรมการ กล่าวว่า กระบวนการต่อไป นายสมศักดิ์ก็ส่งความเห็นกลับไปที่แพทยสภาที่ต้องมีการพิจารณาต่อและลงมติ 2 ใน 3 ถ้าเห็นว่าแพทย์ทำผิด ก็ยืนยันตามเดิม (พักงาน) เราไม่ได้เกิดการเอื้อประโยชน์ต่อใคร แพทย์ที่ถูกร้องเรียนทั้ง 4 คน จะเอาเรื่องที่แพทยสภาไม่รับเอกสารเพิ่มเติมไปสู้ที่ศาลปกครองด้วย
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน กล่าวว่า วันที่ 28-29 พ.ค.นี้ต้องจบ อย่างไรก็ตาม ตั้งข้อสังเกตว่า กระบวนการพิจารณาของแพทยสภานั้น มีคณะกรรมการ 4 ชุด ชุดแรกเป็นชุดรับเรื่องร้องเรียน ชุดที่ 2 อนุกรรมการสอบสวน ให้ความเห็นในระดับหนึ่ง ทำงานอยู่ประมาณ 4 เดือน แล้วส่งไปชุดที่ 3 อนุกรรมการกลั่นกรอง ทำงานระยะสั้นๆ และมีการเปลี่ยนแปลงโทษแล้วเอาเข้าการประชุมคณะกรรมการแพทยสภา จากวันที่ 1 เป็นในวันที่ 8 พ.ค.2568
“ระยะเวลาสั้นๆ โทษถูกเปลี่ยนแปลงไปจากการพิจารณาอย่างไร ตนไม่ทราบ แต่โทษมีเปลี่ยนแปลงไปจากอนุกรรมการสอบสวนไปถึงอนุกรรมการกลั่นกรองไปถึงคณะกรรมการแพทยสภา จึงอยากรู้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงเพราะอะไร อย่างไร แต่ไม่ได้ข้อมูล ก็ไม่เป็นไร แต่ที่ขอไปเพราะกลัวว่าไม่ชัดเจน ถ้าได้ก็จะชัดเจน จะสมบูรณ์ ก็ไปคิดดูเมื่อไม่สมบูรณ์เป็นประโยชน์ของใคร”

อดีตนายกฯ แม้ว ยังกล่าวถึงกรณีที่แพทยสภามีมติลงโทษแพทย์ 3 คน กรณีการพักรักษาตัวของเขาที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ว่า “บางทีแพทยสภาก็ไม่มีจริยธรรมเสียเองก็มี บางคนไลน์กลุ่มหลุดออกมา แพทยสภาบางคนด่าผมอยู่ในไลน์กลุ่ม แล้วแพทยสภาอีกคนหนึ่ง ก็ตอบเป็นสติกเกอร์ไปว่า YES ซึ่งยังไม่ทันพิจารณาเลย อย่างนี้เรียกว่าจริยธรรมมีปัญหาซะเอง เรื่องตัดสินใจอย่างไร นายสมศักดิ์ มีข้อมูลและต้องคิดเยอะหน่อย ผมไม่ได้คิดมาก อายุขนาดนี้จะไปคิดอะไรเยอะ อย่ามาชวนผมคิดเยอะสิ ผมไม่คิดเยอะ อย่าไปทำนายอะไรล่วงหน้า”
ส่วนคดีฮั้ว สว. วันที่ 28 พ.ค. นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงษ์ สว. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเรียกร้องให้ สว.ชะลอการโหวตเลือกกรรมการในองค์กรอิสระว่า หาก สว. ไม่ดำเนินการอาจทำให้มีผู้ร้องข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ ที่ สว.ถูกตรวจสอบก็ยังไม่มีคำชี้ขาดเป็นที่สุดหรือมีคำสั่งศาลให้หยุดทำหน้าที่ วันที่ 28 พ.ค. นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา จะประชุมวิปวุฒิสภาเพื่อหารือ ซึ่งอาจทบทวน เลื่อน หรือไม่ อย่างไร ต้องรอผลประชุม
น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ กล่าวถึงการเข้าชื่อ สว. จำนวน 20 คน เพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยต่อสมาชิกภาพของ สว. กลุ่มที่ถูกตรวจสอบในคดีฮั้วเลือก สว. ผ่านนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ว่า การเข้าชื่อไม่น่าจะครบตามที่กำหนด ทางกลุ่มยังอยู่ระหว่างการหารือ และจะแถลงท่าทีอีกครั้งในวันที่ 28 พ.ค.นี้ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว.พันธุ์ใหม่ จะยื่นญัตติเพื่อให้ที่ประชุมวุฒิสภาชะลอการลงมติเลือกองค์กรอิสระ วันที่ 30 พ.ค.
“บังซุป” ศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า สำนักงานอัยการสูงสุดมีหนังสือถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี ฟอกเงินการขายที่ดิน ของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น วงเงิน 477 ล้านบาท โดยมี นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็น 1 ใน 14 ผู้ถูกกล่าวหาด้วย เนื้อหาตอนหนึ่งคือนายณฐพร มีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงไม่มารายงานตัวต่อพนักงานอัยการตามกำหนดนัด จึงขอให้ดีเอสไอจัดการติดตามให้ได้ตัวนายณฐพร มาฟ้องต่อศาล คดีขาดอายุความ 15 มิ.ย. 68 ซึ่งดีเอสไอก็พบเห็นบุคคลดังกล่าวอยู่ตลอด ที่มายื่นหนังสือร้องเรียน หากยังเพิกเฉยอยู่ ตนเองก็จะไปร้องทุกข์กล่าวโทษอธิบดีดีเอสไอในฐานความผิดปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่อ ป.ป.ช.

“เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า นายณฐพรไปฟ้องยุบพรรคภูมิใจไทย และฟ้องอีกหลายๆ อย่าง เห็นว่าคดีของเขาจะหมดอายุความในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ หากดีเอสไอกำลังไม่พอจับ ก็อยากให้ร้องขอกรมการปกครองมาด้วย หากให้ช่วยกระทรวงมหาดไทยก็ถือเป็นเจ้าพนักงาน ไปเจอที่ไหนก็สามารถติดตามตัวนายณฐพรได้ เราต้องช่วยกัน ปลัดมหาดไทยบอกว่า ดีเอสไอจะออกหมายเรียกก่อนหมดอายุความ
ที่สำนักงาน ป.ป.ส. (ดินแดง) กทม. มีการประชุมคณะกรรมการติดตาม เร่งรัดการดำเนินงานป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ครั้งที่ 3/2568 จะมีปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ มุมมอง และความท้าทายต่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน” โดยนายทักษิณ ชินวัตร จากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าเขาจะหลบหนีออกนอกประเทศ เจ้าตัวปฏิเสธว่า เป็นข่าวปล่อย ส่วนที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะนัดพร้อมไต่สวนคดีพักรักษาตัวชั้น 14 กำลังถามทนายอยู่ว่าเขาให้ไปหรือไม่ เพราะความจริงแล้วจะไปหรือไม่ไปก็ได้ แต่ต้องมีทนายไป ตอนนี้ยังไม่คิดเพราะมีเวลาอีกหลายวัน ถ้าศาลต้องการข้อมูลเราก็ให้ได้ ไม่มีปัญหา ไม่มีอะไรที่จะไปตื่นเต้น ไม่ต้องตื่นเต้นแทน
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่มีผู้มองว่านายทักษิณจะไม่ไปไหน เพราะลูกสาวเป็นนายกฯ นายทักษิณ กล่าวว่า “ไม่มีเหตุผลอะไรเลย อุตส่าห์กลับมาแล้วก็มาทำงาน มีพระบรมราชโองการฯ มีพระมหากรุณาธิคุณลดโทษแล้ว บอกให้ผมใช้ความรู้ ความสามารถช่วยเหลือประชาชนในบ้านเมือง ผมก็ต้องรับด้วยเกล้าฯ รับใส่เกล้าฯ ไว้ เพราะเป็นเรื่องที่เป็นหน้าที่ผม”

ปิดท้ายที่ “รองเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงอนาคตทางการเมือง ว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในวันที่ 31 พ.ค.นี้จะนัดกลุ่มของตนกินข้าวเพื่อหารือกัน ก็มีโอกาสใหม่ แต่จะไม่ไปพรรคกล้าธรรม ยังไม่ได้คุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม แต่ตนตัดสินใจคนเดียวไม่ได้ เพราะมีเพื่อนอยู่อีกประมาณ 20 จังหวัด ก็ต้องพูดคุยกันหาโอกาสใหม่ๆ อะไรดีๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่า โอกาสใหม่ในอนาคตต้องสดใสใช่หรือไม่ นายสุชาติ หัวเราะก่อนกล่าวว่า “ต้องสดใส” เมื่อถามอีกว่าบ้านหลังใหม่ (พรรคใหม่) สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้วหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า “อาจจะต้องไปแต่งเติมคิ้วให้ดูดี แต่งหน้า ทาปากอีกนิด รอตกผลึกอีกนิด กำลังคุยอยู่หลายคน ถ้ามีอะไรดีๆ เดี๋ยวจะบอก”
คำว่า “โอกาสใหม่” ทำให้หลายคนสนใจว่า รมช.เฮ้งจะไปอยู่พรรค “โอกาสใหม่” ที่ตั้งก่อนหน้านี้หรือไม่.
“ทีมข่าวการเมือง”



