สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ว่านางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงการที่นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ มีคำสั่งระงับกระบวนการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการออกวีซ่านักเรียน รวมถึงขั้นตอนการสัมภาษณ์ผู้สมัคร ว่ารัฐบาลปักกิ่งขอเรียกร้องให้รัฐบาลวอชิงตันปกป้องสิทธิอันชอบธรรม และผลประโยชน์ของนักศึกษาต่างชาติ รวมถึงนักศึกษาจีน


ปัจจุบัน สหรัฐมีนักศึกษาต่างชาติอยู่ในประเทศราว 1.1 ล้านคน เป็นชาวอินเดียมากที่สุดราว 330,000 คน ตามด้วยจีน ราว 277,000 คน เกาหลีใต้ 43,000 คน และแคนาดา เกือบ 29,000 คน


ทั้งนี้ รูบิโออธิบายว่า เป้าหมายของความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว คือการที่รัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการมีความเชื่อมั่นว่า บุคคลที่จะเข้ามาเรียนและแลกเปลี่ยนทางการศึกษาในสหรัฐ “มีความรู้และความเข้าใจในพื้นฐานว่าเกี่ยวกับกฎหมาย” และบุคคลนั้นต้อง “ไม่มีเจตนาเข้ามาก่ออาชญากรรม” ไม่ว่าจะเข้ามาศึกษาหาความรู้นานแค่ไหนก็ตาม โดยมาตรการตรวจสอบ อาจขยายไปถึงการตรวจสอบการใช้งานโซเชียลมีเดียของบุคคลนั้น


อนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระงับการออกวีซ่านักเรียนแล้ว “หลายพันรายการ” นับตั้งแต่ทรัมป์กลับมารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐสมัยที่สอง เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา หลังเกิดการประท้วงต่อต้านอิสราเอลครั้งใหญ่ ตามมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งของสหรัฐ และการใช้นโยบายกระตุ้นความตระหนักรู้ทางสังคม หรือที่เรียกกันว่า “โวค” ตามสถานศึกษาอีกหลายแห่งด้วย.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES