เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI พร้อมคณะ แถลงข่าวการจับกุมแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ ที่สร้างเว็บไซต์กว่า 2,000 เว็บไซต์ หลอกลวงขายสินค้าและบริการที่ไม่มีอยู่จริง มูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท
พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยว่า คดีนี้เริ่มจากการร้องเรียนการหลอกลวงออนไลน์ในช่วงโควิด-19 พบผู้กระทำผิดเป็นชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยชาวต่างชาติบางรายเข้ามาในไทยด้วยวีซ่าครูสอนภาษา และเปิดบริษัทบังหน้ากว่า 100 แห่ง พร้อมบัญชีม้ากว่า 500 บัญชี กลุ่มผู้ต้องหายังเปิดเว็บไซต์หลอกลวงถึง 2,000 เว็บไซต์ ในหลากหลายรูปแบบ เช่น หลอกให้รัก หลอกขายสินค้า หลอกกรอกข้อมูล

จากการสืบสวน DSI ได้ขอศาลออกหมายจับ 24 หมาย และเข้าตรวจค้น 11 จุด ใน 8 จังหวัด สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 9 ราย ประกอบด้วย ชาวไนจีเรีย 1 ราย, ชาวแคเมอรูน 2 ราย และชาวไทย 6 ราย
ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาหนัก เช่น ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, นำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์, ฉ้อโกงประชาชน, ฟอกเงิน และสมคบเพื่อฟอกเงิน พร้อมยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เช่น วอลเล็ตดิจิทัล, รถยนต์, รถจักรยานยนต์, ทองแดง (ลักษณะคล้าย), โทรศัพท์มือถือ, คอมพิวเตอร์ และสมุดบัญชีธนาคาร

อธิบดี DSI กล่าวว่า ความเสียหายครั้งนี้กระทบต่อความเชื่อมั่นการซื้อขายออนไลน์ในไทย พบผู้เสียหายชาวต่างชาติกว่า 114 ราย จาก 15 ประเทศ มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 2,000 ล้านบาท และยังพบการใช้เงินคริปโตเคอร์เรนซีในการกระทำผิด
จากการตรวจสอบแผนประทุษกรรม พบว่า ผู้ต้องหาชาวต่างชาติเข้ามาไทยด้วยวีซ่าต่างๆ เปิดบริษัทบังหน้าจำนวนมาก และใช้บัญชีม้าในการรับโอนเงิน DSI จะเร่งขยายผลไปยังเครือข่ายที่เหลือทั้งในและต่างประเทศ
ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กล่าวว่า กลุ่มผู้ต้องหาชาวต่างชาติอาจรู้จักกันและชักชวนกันมาหารายได้เสริม ส่วนคนไทยถูกชักชวนให้ร่วมลงทุน โดย DSI จะตรวจสอบการใช้วีซ่าครูสอนภาษาของผู้ต้องหาชาวต่างชาติร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ว่าเป็นไปตามเงื่อนไขจริงหรือไม่



