สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ว่าสหพันธ์ผู้เสียภาษีแห่งเยอรมนีส่งหนังสือถึงธนาคารกลางเยอรมนี และกระทรวงการคลัง มีเนื้อหาอย่างตรงไปตรงมา ขอให้มีการนำทองคำซึ่งฝากไว้กับธนาคารกลางสหรัฐ กลับมายังเยอรมนีตามเดิม
ทั้งนี้ นายมิคาเอล เยเกอร์ รองประธานสหพันธ์ผู้เสียภาษีแห่งเยอรมนีกล่าวว่า การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แสดงออกชัดเจนว่า “ต้องการแทรกแซง” การทำงานของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และอาจรวมไปถึง “ความต้องการครอบครอง” ทองคำสำรองของเยอรมนีที่ฝากไว้กับสำนักงานของเฟด ที่นครนิวยอร์ก “ซึ่งมาจากภาษีของชาวเยอรมัน ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรนำทองคำเหล่านั้นกลับมา”
Trump spurs questions about safety of Germany's gold in New York https://t.co/0ssjRr7Mst
— ST Foreign Desk (@STForeignDesk) May 30, 2025
ขณะที่นักการเมืองมีชื่อเสียงหลายคนของเยอรมนีให้ความเห็นว่า สหรัฐในยุคทรัมป์ “ไม่ใช่พันธมิตรที่น่าเชื่อถือได้อีกต่อไป” และวิจารณ์ผู้นำสหรัฐ “เป็นคนที่เอาแน่เอานอนไม่ได้” ด้านสื่อท้องถิ่นหลายแห่งของเยอรมนีพร้อมใจนำเสนอรายงานพิเศษ เมื่อไม่นานมานี้ ตั้งคำถามเกี่ยวกับ “ความปลอดภัย” ของทองคำสำรองที่เยอรมนีฝากไว้กับเฟด
อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางเยอรมนียืนยันว่า สำนักงานของเฟดที่นครนิวยอร์ก “ยังคงเป็นสถานที่ปลอดภัย” สำหรับการฝากทองคำสำรองของประเทศ ส่วนแหล่งข่าวหลายกระแสให้ความเห็นว่า หากธนาคารกลางเยอรมนีดำเนินการในเรื่องนี้ จะกลายเป็นการสร้างประเด็นอ่อนไหวทางการเมือง และอาจเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของเฟดด้วย
ปัจจุบัน เยอรมนีเป็นประเทศซึ่งมีทองคำสำรองมากเป็นอันดับสองของโลก 3,352 ตัน โดย 1 ใน 3 ของทองคำเหล่านี้อยู่ที่สำนักงานของเฟดในนครนิวยอร์ก กระนั้น ธนาคารกลางเยอรมนีเคยนำทองคำ 300 ตัน ที่ฝากไว้กับสำนักงานของเฟดในนครนิวยอร์ก กลับประเทศระหว่างปี 2557-2560 “เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



