รายงานข่าวจาก สำนักงาน กสทช. เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตลิ่งชัน ได้ยกฟ้อง คดีที่ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการและรองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เคยยื่นฟ้อง 4 กสทช. ได้แก่ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, นางสาวพิรงรอง รามสูต, นายศุภัช ศุภชลาศัย และนายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ คดีที่ อท 155/2566 มาแล้ว ในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีมีมติให้ปลดนายไตรรัตน์ พ้นจากตำแหน่งรักษาการเลขาธิการ กสทช. พร้อมสั่งตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ตามที่อนุกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงฯ เสนอ จากกรณีการอุดหนุนลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลโลก 2022 จำนวน 600 ล้านบาท ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ไม่ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงกับสำนักงาน กสทช. ซึ่งศาลฯ ได้มีคำพิพากษา “ยกฟ้อง” ไปแล้ว เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2568 ที่ผ่านมา
แหล่งข่าวจาก กสทช. กล่าวว่า ล่าสุดยังคงมีอีกคดีที่ศาลได้ยกฟ้องไปเช่นเดียวกัน เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2568 คือ คดีหมายเลขดำที่ อท 68/2568 ลงวันที่ 4 เม.ย. 2568 ไม่เห็นชอบให้โจทก์ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ กสทช. ตามที่ประธาน กสทช. เสนอ ในการประชุม กสทช.นัดพิเศษ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2567 และไม่รับอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองของโจทก์ ในการประชุม กสทช. ครั้งที่ 14 วันที่ 3 ก.ค. 2567 นั้น “เป็นการกระทำที่ผิดระเบียบซึ่งมิได้เป็นความบกพร่องที่อาจเกิดขึ้นได้ในการปฏิบัติหน้าที่ของวิญญูชน แต่เป็นการกระทำที่มีเจตนาพิเศษ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ไม่ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. ต้องเสียโอกาสและความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน”
ทั้งนี้ศาลฯ ได้พิจารณาคดีนี้แล้ว เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2568 เห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องไม่ชัดเจน โดยขอให้แก้ไขฟ้องและให้มีข้อความว่า “การลงมติของจำเลยทั้งสี่ตามฟ้องเป็นการลงมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย กฎ ระเบียบหรือคำสั่งใด อย่างไร” โดยได้นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาในวันที่ 29 พ.ค. 2568 เวลา 09.30 น. ซึ่งศาลฯ ได้พิจารณาแล้ว “ยกฟ้อง”
แหล่งข่าวจาก กสทช. กล่าวต่อว่า 4 กสทช.ไม่ทราบเลยว่ามีการฟ้องอีก 1 คดี มารู้อีกทีก็ตอนที่ศาลยกฟ้องแล้ว จึงรู้สึกประหลาดใจมาก เพราะในการลงมติการสรรหาเลขาธิการ กสทช.นั้น 4 กสทช.ก็ระบุชัดเจนว่าไม่ได้ติดใจที่นายไตรรัตน์จะเข้ามารับการจัดสรรเป็นเลขาธิการ กสทช. แต่ที่ไม่รับรองเพราะการตีความอำนาจของกฎหมายที่แตกต่างจากประธาน กสทช. นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เพราะเข้าใจว่าการสรรหาเลขาธิการต้องเป็นอำนาจของบอร์ด กสทช.ไม่ใช่อำนาจของประธาน กสทช.



