เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่ สน.ท่าเรือ พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (ผบก.น.5) ได้เปิดเผยความคืบหน้ากรณี คดีแก๊งขโมยบุหรี่ไฟฟ้า ที่ก่อเหตุรุนแรง โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย สองรายแรกคือ นายเบิร์ด และ นายเอก ถูกควบคุมตัวได้ในพื้นที่ สน.ท่าเรือ ส่วนอีกสองรายคือ นายคิง และ นายจี ถูกควบคุมตัวได้ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งอยู่ระหว่างการนำตัวกลับมาที่ สน.ท่าเรือ ขณะนี้ยังคงเหลือผู้ต้องหาอีก 2 ราย ที่อยู่ระหว่างการเร่งล่าตัวคือ นายสุวัฒน์ หรือ นายเล็ก และ นายสิทธิศักดิ์ หรือ นายแบงค์

จ่อหมายจับ! แก๊งบุกปล้นบุหรี่ไฟฟ้า ขับชนรปภ.ดับ พบ 6 คนร้ายประวัติโชกโชน

สอบปากคำผู้ต้องหาที่จับกุมได้บางส่วน พบว่า นายแบงค์ เป็นตัวการหลักในการชักชวนผู้อื่นมาร่วมก่อเหตุครั้งนี้ โดยหลังก่อเหตุเสร็จ นายแบงค์ เป็นคนขับรถ และ นายเล็ก นั่งมาข้างๆ ส่วนอีก 4 คนที่เหลือ วิ่งไปเปิดประตูเนื่องจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) กำลังจะปิดประตูไม่ให้รถออก จากนั้นทั้ง 4 คน ได้วิ่งกระจัดกระจายกัน และนายแบงค์ เป็นคนขับรถถอยไปชน รปภ. เสียชีวิต หลังก่อเหตุชน รปภ. เสียชีวิตแล้ว นายจี ได้มาขึ้นรถในภายหลังและนำของกลางไปฝากไว้ที่บ้านของ นายเจ ผู้ต้องหา 2 รายที่ควบคุมตัวได้ที่ สน.ท่าเรือ คือ นายเอก และ นายเบิร์ด ให้การเป็นประโยชน์และสอดคล้องกับการสืบสวน โดยอ้างว่าไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมด เนื่องจาก นายแบงค์ เป็นผู้จัดการทั้งหมด ส่วนจะได้ส่วนแบ่งอย่างไรนั้น จะต้องทำการสอบสวนเพิ่มเติม

สำหรับกรณีที่มีข้อสงสัยว่าอาจมีคนชี้เป้าหรือให้ข้อมูลว่าของภายในตู้เป็นบุหรี่ไฟฟ้า หรือมีคนสั่งให้มาขโมยนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนและจะยังไม่ตัดประเด็นนี้ทิ้ง ผู้ต้องหาทั้ง 6 รายรู้จักกัน เนื่องจากเป็นคนในพื้นที่ทั้งหมด โดย นายเบิร์ด และ นายเอก อ้างว่า นายแบงค์ เป็นคนชักชวนมาร่วมก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เตรียมเชิญเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร เข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อไขข้อสงสัยในประเด็นนี้ ส่วนกรณีที่มีข้อมูลว่า นายเบิร์ด รู้จักกับนายตำรวจที่ สน.ท่าเรือ นั้น พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ยอมรับว่าเคยใช้ทำงานบ้างบางครั้ง เช่น ทำความสะอาดโรงพัก หรือซื้อของ แต่ไม่ได้มีหน้าที่หรือภารกิจอื่นใด จึงยืนยันได้ว่าตำรวจ สน.ท่าเรือ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุครั้งนี้ และหากการขยายผลไปถึงใคร ยืนยันว่าจะไม่มีการละเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหา พบว่า 3 ใน 6 ราย เคยถูกดำเนินคดีมาก่อน โดย นายแบงค์ มีคดีปล้นทรัพย์ที่ สน.ท่าข้าม เมื่อเดือนตุลาคม 2567, นายเอก ถูกดำเนินคดียาเสพติดที่ สน.ท่าเรือ ปี 2558 และ นายคิง มีคดีเกี่ยวกับอาวุธปืนในพื้นที่ สน.บางรัก ปี 2563 และคดียาเสพติดในพื้นที่ สน.บางชัน ปี 2565 ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือยังไม่พบประวัติอาชญากรรม สำหรับข้อมูลที่ประชาชนเคยให้ ว่าแก๊งนี้เคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันในกรมศุลกากร บ่อยครั้ง พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ระบุว่า จากการตรวจสอบ ยังไม่พบว่ามีผู้ใดมาแจ้งความ แต่ยินดีรับข้อมูลข่าวสารจากผู้แจ้งเบาะแสทุกราย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินคดีนี้อย่างรวดเร็วและดีที่สุด โดยขณะนี้กำลังพยายามติดต่อญาติของผู้ต้องหาอีก 2 ราย ที่ยังหลบหนีอยู่ ให้เข้ามามอบตัว เพราะตำรวจเองก็ต้องการปิดคดีนี้ให้เร็วที่สุดเช่นกัน พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการช่วยเหลือใดๆ ในทางคดีอย่างแน่นอน.

โดยวันพรุ่งนี้ (3 มิ.ย.) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. จะเดินทางมาแถลงความคืบหน้าถึงรายละเอียดด้วยตนเอง ที่ สน.ท่าเรือ