จากกรณี สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา แถลงต่อที่ประชุมร่วมระหว่างสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภา ว่าการที่กัมพูชาเชิญไทยให้ร่วมกันยื่นคำร้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) หรือศาลโลก ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในการร่วมกันคลี่คลายความขัดแย้ง “สมรภูมิช่องบก” เป็นการให้เกียรติประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมขู่ว่าอาจเหมือนฉนวนกาซา หากไทยไม่ยอมขึ้นศาลโลก เพราะถือว่าไม่บริสุทธิ์ใจ นอกจากนี้ ยังจะร้องเรียนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติด้วย ถ้าเกิดการปะทะทางทหารกับไทยอีก พร้อมครวญว่า กัมพูชาสูญเสียดินแดนไปมากแล้ว แค่ต้องการปกป้องพื้นที่ซึ่งยังเหลืออยู่นั้น
วันนี้ “เดลินิวส์” จะพาไปรู้จักกับศาลโลก (World Court) มีชื่อเป็นทางการว่า ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice: ICJ) ตั้งขึ้นโดยกฎบัตรสหประชาชาติ เมื่อ พ.ศ. 2489 เป็นองค์กรหลักภายใต้องค์การสหประชาชาติ ตั้งอยู่ที่ Peace Palace กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์
ศาลโลกมีอำนาจพิจารณาตัดสินคดีใดๆ ที่เป็นข้อพิพาทระหว่างประเทศ 2 ประเทศขึ้นไป (Contentious Case) เช่น ข้อพิพาทเรื่องดินแดนอาณาเขต การละเมิดอำนาจอธิปไตย ปัญหาสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ หรือแม้แต่กรณีที่เกี่ยวข้องกับเอกชนที่รัฐเป็นผู้ฟ้องแทน ฯลฯ ทั้งนี้ ประเทศที่เกี่ยวข้องจะต้องยินยอมรับอำนาจศาลให้เป็นผู้พิจารณาตัดสินก่อนเท่านั้น ศาลจึงจะมีอำนาจพิจารณาตัดสินคดีนั้นได้ ปัจจุบันมีรัฐภาคีที่เป็นสมาชิกของ UN และเป็นประเทศที่ยอมรับอำนาจของศาลโลก จำนวนทั้งสิ้น 62 ประเทศ จากจำนวนสมาชิก UN ทั้งหมด 188 ประเทศ (รวมถึงสวิตเซอร์แลนด์ ที่มิได้เป็นสมาชิกของ UN แต่ยอมรับอำนาจของศาลโลก)
‘ฮุน เซน’ กร้าวปกป้องดินแดน ท้าไทยหากไม่ไปศาลโลก สมรภูมิช่องบกอาจเหมือนฉนวนกาซา
นอกจากนี้ ศาลโลกยังมีอำนาจวินิจฉัยเพื่อให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นปัญหาในทางกฎหมายระหว่างประเทศ (Advisory Opinion) ใน 3 กรณีหลัก คือ
- ตามที่สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ร้องขอ
- ตามที่องค์กรอื่นภายใต้สหประชาชาติหรือองค์การชำนัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติร้องขอ โดยได้รับการอนุมัติจากสมัชชาใหญ่
- ตามที่ได้มีการให้อำนาจวินิจฉัยปัญหาไว้โดยสนธิสัญญา
เมื่อปี พ.ศ. 2505 ประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ได้ยอมรับอำนาจศาลให้พิจารณาตัดสินคดีปราสาทเขาพระวิหาร โดยศาลได้ตัดสินว่าบริเวณปราสาทเขาพระวิหาร ส่วนสำคัญถือเป็นของประเทศกัมพูชา
ผู้พิพากษาศาลโลกมีจำนวนทั้งสิ้น 15 คน โดยอยู่ในตำแหน่งคราวละ 9 ปี (จัดเลือกตั้งทุก 3 ปี เพื่อสรรหาผู้พิพากษาเข้ามาใหม่ครั้งละ 5 คน) การพิจารณาพิพากษาคดีต้องมีผู้พิพากษา 9 คน นั่งเป็นองค์คณะ ศาลจะเลือกประธานและรองประธานศาลเอง และศาลจะนั่งพิจารณาที่อื่นนอกจากสำนักงานศาลที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ก็ได้ ภาษาทางการที่ใช้ในศาลโลกคือภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส โดยประธานศาลโลกคนปัจจุบันเป็นชาวญี่ปุ่น ชื่อนาย Hisashi Owada



