นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังเร่งรวบรวมหลักฐานต่างๆ ส่งให้สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อส่งต่อให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่า การนำรถที่เรียกผ่านแอปพลิเคชันเข้ามาตั้งวินในสนามบินทำได้หรือไม่ ซึ่งเมื่อครั้งที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ทำประชาพิจารณ์ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2564 ระบุในประกาศ ขบ. เรื่องกำหนดคุณลักษณะ และระบบการทำงานของระบบอิเล็กทรอนิกส์ และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองระบบอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หมวด 4 ข้อ 7 ว่า ห้ามรถที่เรียกผ่านแอป ตั้งวิน หรือรอคิวรับผู้โดยสารแข่งกับรถแท็กซี่ แต่พอประกาศใช้จริงกลับถอนข้อความนี้ออกไป จึงมองว่าเป็นการซ่อน หรือทำผิดกฎหมายหรือไม่

นายวรพล กล่าวต่อว่า มีข้อสงสัยว่าถอนข้อความนี้ออกทำไม ออกตอนไหน และใครเป็นคนสั่ง เป็นการป้องกันความผิดของตัวเองหรือไม่ อีกทั้งยังมองว่ากฎกระทรวงรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2564 ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้จริงกับแอป ที่นำรถผิดกฎหมายมาให้บริการผู้โดยสารโดยไม่จดทะเบียนเป็นรถยนต์รับจ้างตามกฎกระทรวงฉบับนี้ นอกจากนี้ยังมองเป็นการกระทำที่ขัดต่อพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 4 ระบุว่า รถยนต์ที่จะไปให้บริการเป็นรถสาธารณะนั้น ต้องเปลี่ยนป้ายทะเบียน เปลี่ยนสีรถ และจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทรถ แต่กระทรวงคมนาคม กลับออกกฎกระทรวงรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564 โดยมองว่าเป็นกฎหมายลูกที่ออกมาขัดแย้งกับกฎหมายแม่ ทั้งนี้คาดว่าจะส่งข้อมูลให้สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ภายในเดือน ก.ค.2568

นายวรพล กล่าวอีกว่า หากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความแล้วว่าขัดต่อกฎหมาย และกระทรวงคมนาคมไม่แก้ไขกฎหมายให้ถูกต้อง เป็นธรรม เท่าเทียม ทางสมาคมฯ พร้อมยกระดับการชุมนุม โดยจะจัดกิจกรรมคาร์ม็อบแท็กซี่ รวมพลแท็กซี่ทั่วประเทศที่มีให้บริการทั่วประเทศกว่า 7 หมื่นคัน ขับไปบนท้องถนนโดยเฉพาะบริเวณทำเนียบรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม พร้อมเปิดไฟ บีบแตร วิ่งวนแบบไม่จอดรถ เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน โดยให้ร่างกฎหมายขึ้นมาใหม่รวมเป็นฉบับเดียว ให้มีความเท่าเทียม อาทิ อัตลักษณ์รถ บุคคลที่จะขับรถ และราคาค่าโดยสาร

นายวรพล กล่าวด้วยว่า ทุกวันนี้ถูกเอาเปรียบมาก ทั้งที่รถแท็กซี่ทำถูกกฎหมายทุกอย่าง ขณะที่รถป้ายดำที่เรียกผ่านแอป จำนวนมากยังไม่ได้จดทะเบียนรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (รย.18) กับ ขบ. อย่างถูกต้อง จดแค่เพียง 5 พันคันทั่วประเทศ แต่กลับมาให้บริการแข่งขัน และได้รับคำชื่นชมว่าเป็นรถที่ดี ทำถูกกฎหมาย ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ก็ไม่มี พ.ร.บ.คุ้มครองอุบัติเหตุผู้โดยสาร ยืนยันว่าแม้กระทรวงคมนาคม จะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหา และพัฒนาสิ่งต่างๆ ภายในสนามบินให้เกิดความเท่าเทียม แต่แท็กซี่ยังไม่พอใจ เพราะไม่ได้หวังว่าจะทำให้อย่างจริงจัง ส่วนการให้เรียกรถผ่านแอป “สวัสดี” ได้ ก็เป็นเรื่องที่ดี ซึ่งเคยให้ใช้มาแล้ว แต่ใช้ไม่ได้จริง จึงขอต่อสู้ทางกฎหมายด้วย.



