วันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน 2025 รณรงค์ภายใต้แนวคิด “Beat Plastic Pollution : Ending global plastic pollution” เอาชนะมลพิษจากพลาสติก : ยุติมลพิษจากพลาสติกทั่วโลก
รายงานล่าสุดจาก The Guardian สหราชอาณาจักร ได้มีการอ้างอิงผลวิจัยระดับโลก เผยให้เห็นถึงสถานการณ์ที่น่ากังวลเกี่ยวกับปัญหาขยะพลาสติก โดยพบว่าในปี 2022 ทั่วโลกมีการผลิตพลาสติกสูงถึง 400 ล้านตัน แต่กลับมีการนำไปรีไซเคิลเพียง 9.5% หรือประมาณ 38 ล้านตันเท่านั้น ซ้ำร้าย พลาสติกกว่า 98% ที่ผลิตขึ้น ยังมาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘ถ่านหินและน้ำมัน’

หากย้อนกลับไปในปี 1950 ทั่วโลกมีการผลิตพลาสติกเพียง 2 ล้านตันต่อปี แต่ปัจจุบันปริมาณดังกล่าวได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็น 400 ล้านตัน และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 800 ล้านตันต่อปีภายในปี 2050 ซึ่งนักวิจัยระบุว่า “มลพิษจากพลาสติกได้กลายเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสุขภาพของประชาชน”
หากย้อนกลับไปในปี 1950 ทั่วโลกมีการผลิตพลาสติกเพียง 2 ล้านตันต่อปี แต่ปัจจุบันปริมาณดังกล่าวได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็น 400 ล้านตัน และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 800 ล้านตันต่อปีภายในปี 2050 ซึ่งนักวิจัยระบุว่า “มลพิษจากพลาสติกได้กลายเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสุขภาพของประชาชน
จีนยังคงเป็นประเทศที่มีบทบาทสูงสุดทั้งในฐานะผู้ผลิตและผู้บริโภครายใหญ่ของโลก อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในแง่ของการบริโภคต่อหัว ประชาชนในสหรัฐอเมริกามีอัตราการใช้พลาสติกเฉลี่ยสูงถึง 216 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ตามมาด้วยญี่ปุ่น (129 กิโลกรัมต่อคนต่อปี) และกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (86.6 กิโลกรัมต่อคนต่อปี) โดยขยะพลาสติกส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกาเป็นบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง

นอกจากนี้ ข้อมูลทางสถิติจากทั่วโลกยังชี้ให้เห็นว่า ขยะพลาสติกจำนวนมากถึง 40% หรือประมาณ 103.37 ล้านตัน ถูกนำไปฝังกลบ
สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษในปี 2565 ในปี 2566 ประเทศไทยมีขยะมูลฝอยรวมถึง 26.95 ล้านตัน หรือเฉลี่ยวันละกว่า 73,000 ตัน โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นขยะพลาสติกและโฟมสูงถึง 2.7 ล้านตันต่อปี หรือเฉลี่ยประมาณ 7,000 ตันต่อวัน ซึ่ง ‘ถุงพลาสติก’ คิดเป็นสัดส่วนถึง 80% ของขยะพลาสติกทั้งหมด
ประเทศไทยได้ถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีปัญหาขยะในทะเล โดยมีอัตราการสร้างขยะพลาสติกประมาณ 2.5 ล้านตันต่อปี มีสัดส่วนระบบจัดการได้อย่างถูกต้องและสามารถนำมาสู่การรีไซเคิลได้เพียง 25% ที่เหลืออีก 75 % ถูกนำไปฝังกลบ เผา หรือกองทิ้งเล็ดลอดออกสู่คลอง แม่น้ำ และปลายทางที่ทะเล

รัฐบาลไทยโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เล็งเห็นความสำคัญและตระหนักถึงปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะพลาสติก จึงได้มีการจัดทำ Roadmap การจัดการขยะพลาสติกของประเทศ พ.ศ. 2561-2573 เพื่อใช้เป็นกรอบและทิศทางการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการจัดการขยะพลาสติกของประเทศ โดยมีเป้าหมาย การลดและเลิกใช้พลาสติกเป้าหมายด้วยการใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการนำขยะพลาสติกเป้าหมายกลับมาใช้ประโยชน์ ได้ร้อยละ 100 ภายในปี 2570 โดยเป้าหมายดังกล่าวสอดคล้องกับความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายของประเทศไทย สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
ฐิติกร บุญทองใหม่ ผู้จัดการแผนงาน มูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวว่า การผลิตพลาสติกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีการใช้สารเคมีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตพลาสติกทุกประเภทมากกว่า 13,000 ชนิด ซึ่งมีมากกว่า 3,000 ชนิดที่จัดเป็นสารเคมีที่เป็นพิษต่อมนุษย์และอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง สารเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวดในการใช้หรือยกเลิกการใช้อย่างเด็ดขาด และหาสารทดแทนที่ปลอดภัยกว่ามาใช้ การดำเนินการเรื่องนี้ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังและครอบคลุมในทุก ๆ ประเทศ เราเชื่อว่าจะสามารถจัดการกับปัญหาสารเคมีในพลาสติกที่อันตรายและเป็นพิษได้เมื่อมีมาตรการบังคับที่สามารถบังคับใช้ได้ทั่วโลก ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่ต้องมีสนธิสัญญาพลาสติกโลกมาใช้กำกับ
มลพิษจากพลาสติกก่อให้เกิด วิกฤตการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิกฤตการณ์ทางธรรมชาติ การสูญเสียที่ดินและความหลากหลายทางชีวภาพ และวิกฤตการณ์มลพิษและขยะ ทั่วโลกคาดว่าขยะพลาสติก 11 ล้านตันรั่วไหลสู่ระบบนิเวศทางน้ำทุกปี ในขณะที่ไมโครพลาสติกสะสมอยู่ในดินจากน้ำเสียและหลุมฝังกลบ เนื่องมาจากการใช้พลาสติกในผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ต้นทุนทางสังคมและสิ่งแวดล้อมประจำปีจากมลพิษจากพลาสติกอยู่ระหว่าง 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐถึง 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ



