เรียกได้ว่าเป็นกระแสที่กลายเป็นไวรัลอย่างมากอยู่ในขณะนี้ หลังเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 68 แฟนเพจ “กองทัพเรือ Royal Thai Navy” ได้ออกมาโพสต์เปิดรับสมัครบุคคลพลเรือน คุณวุฒิปริญญาตรี เป็นข้าราชการชั้นสัญญาบัตร โดยแต่งตั้งยศเป็นว่าที่เรือตรี จำนวน 5 อัตรา พร้อมเปิดรับสมัครตั้งแต่ 4 มิ.ย. 68-27 มิ.ย. 68 นี้

  1. สาขาที่เปิดรับสมัคร
    1.1 สาขาวิศวกรรมเครื่องกล จํานวน 1 อัตรา โดยต้องมีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมออกโดยสภาวิศวกร โดยใบอนุญาตฯ ยังไม่หมดอายุ นับถึง 31 ธ.ค. 68
    1.2 สาขาฟิสิกส์ (รับเฉพาะเพศชาย) จํานวน 1 อัตรา
    1.3 สาขาเปรียญธรรม 9 ประโยค/ศาสนศาสตร์/พุทธศาสตร์ ต้องสอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยคขึ้นไป รับเฉพาะเพศชาย จำนวน 3 อัตรา
  2. คุณสมบัติของผู้สมัครสอบ
    2.1 มีคุณวุฒิในสาขาตรงตามที่ประกาศรับสมัคร ซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ต้องมีคุณวุฒิ/สาขาตรงตามตำแหน่งที่เปิดรับสมัครในข้อ 1 หากสาขาที่ระบุไว้ในปริญญาบัตรหรือใบระเบียนแสดงผลการศึกษา (TRANSCRIPT) ไม่ตรงตามสาขาที่ระบุไว้ในข้อ 1 จะต้องมีสาขาตรงตาม การเทียบคุณวุฒิในสาขาต่างๆ ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. หรือทางเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.พ. https://accreditation.ocsc.go.th/accreditation/search/curriculum โดยต้องมีหลักฐานการรับรองจาก สำนักงาน ก.พ. ตามระบบการพิจารณาการรับรองคุณวุฒิระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-accredit) ว่าสาขาที่สำเร็จ การศึกษาเป็นสาขาเดียวกับที่กำหนดไว้ ตามข้อ 1 แนบพร้อมการสมัครเท่านั้น หากตรวจพบภายหลังว่า คุณวุฒิสาขาไม่ตรง และไม่มีหลักฐานการรับรองจากสำนักงาน ก.พ. จะถูกตัดสิทธิการสอบหรือตัดสิทธิ การบรรจุเข้ารับราชการโดยไม่สามารถเรียกร้องสิทธิใดๆ ได้ 2.2 ผู้ที่สำเร็จการศึกษาคุณวุฒิสาขา ศาสนศาสตร์หรือพุทธศาสตร์ ต้องสอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยคขึ้นไป โดยต้องมีหลักฐานการสำเร็จการศึกษาและประกาศนียบัตรรับรองว่าสอบได้ เปรียญธรรม 4 ประโยคขึ้นไป หากไม่มีหลักฐานเอกสารรับรองดังกล่าว จะถูกตัดสิทธิการสอบหรือตัดสิทธิ การบรรจุเข้ารับราชการ
    2.3 อายุไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์ นับถึง 1 ต.ค. 28
    2.4 มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ
    2.5 เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
    2.6 ไม่เป็นผู้ที่มีร่างกายพิการ ทุพพลภาพ หรือมีโรคซึ่งไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ (ผนวก ก) หรือไม่เป็นบุคคลพวกที่ 2 3 และ 4 ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติ รับราชการทหาร พ.ศ. 2497
    2.7 ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีงาม
    2.8 ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือเป็นบุคคลล้มละลายตามคำพิพากษาของศาล
    2.9 ไม่เป็นผู้ที่เคยถูกให้ออกจากราชการเพราะมีความผิด หรือมีมลทินหรือมัวหมอง
    2.10 ไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างพักราชการ
    2.11 ไม่เป็นผู้ที่เคยต้องโทษจำคุก ตามคำพิพากษาของศาลในคดีอาญา ยกเว้นความผิด ฐานประมาท หรือลหุโทษ
    2.12 ไม่เคยทุจริตในการสมัคร หรือการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนทหาร หรือกรณีอื่นใด ของ ทร. มาก่อน

    2.13 ไม่เป็นผู้ที่มีข้อผูกพันตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร ดังนี้
    2.13.1 ผู้ที่เข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ ประจำปี 2568 แล้วอยู่ระหว่างขอผ่อนผันการเข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารกองประจำการ หรืออยู่ระหว่างรอเรียก เข้ากองประจำการ
    2.13.2 ผู้ที่อยู่ในระหว่างการรับราชการเป็นทหารกองประจำการ (ทหารเกณฑ์) ที่ต้องปลดประจำการเป็นทหารกองหนุน ประเภทที่ 1 ชั้นที่ 1 หลังวันที่ 1 ส.ค. 28
    2.13.3 สำหรับผู้ที่รับราชการเป็นทหารกองประจำการสังกัด ทร. มีกำหนด ปลดประจำการใน 1 ส.ค. 68 และมีความประสงค์จะสมัครสอบ ต้องมีหนังสือรับรองความประพฤติประกอบ การสมัคร โดยผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดระดับ น.ท. ขึ้นไปรับรองว่าไม่มีความผิด ไม่อยู่ระหว่างการพิจารณา คดีความ หรือเลื่อนปลดประจำการ หรือรับสมัครต่อ
    2.14 มีอวัยวะ รูปร่าง ลักษณะท่าทาง และขนาดของร่างกายเหมาะสมแก่การเป็นทหาร เพศชายต้องมีส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 160 ชม. รอบอกไม่น้อยกว่า 76 ซม. เพศหญิง ต้องมีส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 150 ซม.
    2.15 ไม่เป็นผู้ที่ตาบอดสี (ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบว่าตาบอดสีในภายหลังจะถูกตัดสิทธิ)
    2.16 ไม่อยู่ในสมณเพศ ซึ่งไม่มีสิทธิสอบแข่งขัน ตามคำสั่งมหาเถรสมาคม ที่ 1/2564 ลง 28 ก.ย. 64 เรื่อง กรณีพระภิกษุสามเณรเรียนวิชา หรือสอบแข่งขัน หรือสอบคัดเลือกอย่างคฤหัสถ์ พ.ศ. 2564
    2.17 ไม่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ เกี่ยวกับยาเสพติด
    2.18 ไม่เป็นผู้เสพยาเสพติด หรือสารเคมีเสพติดให้โทษ หรือมีประวัติคดีอาญาในข้อหา
    2.19 ข้าราชการที่สมัครสอบ จะต้องได้รับอนุญาตและรับรองความประพฤติจาก ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด
    2.20 ทร. จะไม่รับโอนข้าราชการในกระทรวง ทบวง กรมอื่น หรือย้ายสังกัดนอก ทร. ภายใน กท. ผู้สมัครที่เป็นข้าราชการนอกสังกัด ทร. หากได้รับการคัดเลือกจะต้องลาออกจากต้นสังกัดเดิมก่อน การบรรจุเข้ารับราชการ
    2.21 ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องทำสัญญา การเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหาร กับ ทร.ตามระยะเวลาที่กำหนด หากลาออกในระหว่างที่รับราชการหรือรับราชการไม่ครบกำหนดตามสัญญา จะต้องเสียค่าปรับให้แก่ทางราชการตามที่ทางราชการกำหนด
    2.22 หากเป็นข้าราชการทหารเรือ จะต้องรับราชการในกองทัพเรือ ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการจนถึงวันที่ 27 มิถุนายน 2568 รวมทั้งคุณวุฒิสาขาที่สำเร็จการศึกษา จะต้องได้รับอนุมัติจากกองทัพเรือให้ไปศึกษาต่อ หรือสำเร็จการศึกษาก่อนที่จะบรรจุเข้ารับราชการ และต้องได้รับอนุมัติจากกองทัพเรือให้หมายประวัติการศึกษาเรียบร้อยแล้วก่อนวันรับสมัครสอบวันสุดท้าย (วันที่ 27 มิถุนายน 2564) โดยจะต้องนำหลักฐานแสดงในระบบการสมัครสอบและจัดส่งให้ฝ่ายเลขานุการฯ
  1. หลักฐานที่จะต้อง Upload ในระบบการสมัคร Online (รับรองสำเนาทุกแผ่น) และหลักฐานที่ต้องใช้ในการรายงานตัวสอบสัมภาษณ์ต้องแสดงฉบับจริงพร้อมรับรองสำเนาอย่างละ 1 ชุด
    3.1 รูปถ่ายของผู้สมัคร (รูปสีหรือขาวดำ) หน้าตรง ไม่สวมหมวกหรือแว่นตา ขนาด 4 x 6 ซม. ซึ่งถ่ายในคราวเดียวกัน ไม่เกิน 3 เดือน
    3.2 ทะเบียนบ้านของผู้สมัคร บิดาและมารดาของผู้สมัคร และหนังสือสำคัญเปลี่ยนชื่อชื่อสกุล ของผู้สมัคร บิดาและมารดาของผู้สมัคร (ถ้ามี)
    3.3 ทะเบียนสมรสบิดาและมารดาของผู้สมัคร
    3.4 สูติบัตรของผู้สมัคร
    3.5 บัตรประจำตัวประชาชน และบัตรข้าราชการ (ถ้ามี) ของผู้สมัคร
    3.6 ปริญญาบัตร ประกาศนียบัตร และระเบียนแสดงผลการศึกษา (TRANSCRIPT) หากเป็นภาษาต่างประเทศให้แปลเป็นภาษาไทย (สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาสาขาศาสนศาสตร์หรือพุทธ ศาสตร์ต้องมีเอกสารรับรองว่าสอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยคขึ้นไป เพิ่มเติมด้วย)
    3.7 หลักฐานทางทหารสำหรับผู้สมัครเพศชาย ได้แก่ ใบสำคัญทหารกองเกิน (สด.9)/ใบรับรอง ผลการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (สด.43)/ใบสำคัญทหารกองหนุน (สด.8) และหลักฐานการได้รับการยกเว้น ทั้งนี้ต้องไม่ขัดหลักเกณฑ์ตามข้อ 2.6 และ 2.13
    3.8 หนังสืออนุญาตและรับรองความประพฤติในการให้สมัครสอบจากผู้บังคับบัญชา ซึ่งออกโดยส่วนราชการระดับหน่วยขึ้นตรงของกรม หรือเทียบเท่าขึ้นไป กรณีเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างประจำ ซึ่งไม่ได้สังกัดกองทัพเรือ
    3.9 หนังสืออนุญาตและรับรองความประพฤติในการให้สมัครสอบจากผู้บังคับบัญชา ซึ่งออกโดยส่วนราชการระดับหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ หรือเทียบเท่าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือกรณีเป็นข้าราชการทหารเรือหรือลูกจ้างประจำ สังกัดกองทัพเรือ
    3.10 หลักฐานในการขอคะแนนเพิ่มพิเศษตามข้อ 4 ประกอบด้วยหลักฐานทางทหาร ทะเบียนกองประจำการ (สด.3) และใบสำคัญทหารกองหนุน (สด.4) และคุณวุฒิการศึกษาซึ่งสำเร็จการศึกษา ก่อนได้รับการตรวจเลือกเข้าเป็นทหารกองประจำการ
    3.11 เฉพาะกรณีเป็นข้าราชการทหารเรือหรือลูกจ้างประจำ สังกัดกองทัพเรือต้องมีหลักฐานแสดงการหมายประวัติการศึกษา ตามข้อ 2.22
  1. ผู้ที่มีสิทธิได้รับคะแนนเพิ่มและหลักฐานที่แสดงเพื่อขอรับสิทธิคะแนนเพิ่มพิเศษ
    4.1 ข้าราชการ บุตรข้าราชการหรือบุตรลูกจ้างประจำ สังกัด ทร. จะได้รับสิทธิคะแนนเพิ่ม พิเศษ เมื่อมีคุณสมบัติ ดังนี้
    4.1.1 ผู้สมัครที่เป็นบุตรข้าราชการหรือบุตรลูกจ้างประจำสังกัด ทร. บิดาหรือมารดาของผู้สมัคร ยังคงรับราชการอยู่ใน ทร. จะต้องมีเวลาปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 8 ปี หรือ บิดาหรือมารดาของผู้สมัครปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 ปี แต่ปัจจุบันไม่ได้รับราชการใน ทร. ได้รับคะแนนเพิ่ม พิเศษร้อยละ 3 ของคะแนนรวมภาควิชาการ
    4.1.2 ข้าราชการในสังกัด ทร. จะต้องรับราชการใน ทร. มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ในระหว่างรับราชการไม่เคยถูกลงโทษถึงงดบำเหน็จประจำปี และมีคะแนนเฉลี่ยสะสมในคุณวุฒิสาขาที่สมัคร ไม่ต่ำกว่า 2.50 รวมทั้งได้หมายประวัติการศึกษาแล้วก่อนวันรับสมัครสอบวันสุดท้าย ได้รับคะแนนเพิ่มพิเศษ ร้อยละ 5 ของคะแนนรวมภาควิชาการ
    4.1.3 บิดาหรือมารดาของผู้สมัครที่เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างประจำาในสังกัด ทร. ได้ประสบอันตรายถึงทุพพลภาพในขณะที่ปฏิบัติราชการในหน้าที่ หรือถูกประทุษร้าย หรือบาดเจ็บ เพราะเหตุ กระทำตามหน้าที่ ได้รับบำเหน็จบำนาญพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จข้าราชการ หรือได้รับเงินค่าทำขวัญ ตามข้อบังคับ กห. ว่าด้วยคนงาน หรือได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มกล้าหาญ หรือเหรียญกล้าหาญ ได้รับคะแนนเพิ่มพิเศษร้อยละ 10 ของคะแนนรวมภาควิชาการ
    4.2 ผู้มีความสามารถทางการกีฬา โดยเป็นผู้ที่สมาคมหรือองค์การกีฬาระดับชาติ รับรอง ว่าเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยที่เข้าแข่งขันระดับนานาชาติ ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย (ได้รับรางวัลชนะเลิศ อันดับที่ 1-3) โดยมีหนังสือรับรองจากสมาคมหรือองค์การกีฬาระดับชาติฉบับจริงเท่านั้น จะได้รับคะแนน เพิ่มพิเศษร้อยละ 10 ของคะแนนรวมภาควิชาการ

    4.3 ทหารกองประจำการและผู้สมัครที่เคยเป็นทหารกองประจำการมีสิทธิได้รับคะแนนเพิ่มพิเศษ ดังนี้
    4.3.1 ทหารกองเกินที่ร้องขอเข้ารับราชการทหารกองประจำการด้วยกรณีพิเศษ ผ่านระบบออนไลน์ (ทหารออนไลน์) ได้รับคะแนนเพิ่มร้อยละ 5 ของคะแนนรวมภาควิชาการ

    4.3.2 ทหารกองประจำการที่รับราชการครบ 2 ปี ได้รับคะแนนเพิ่มจากคะแนนรวมภาควิชาการ ดังนี้

    4.3.3 โดยที่ไม่มีสิทธิลดวันรับราชการ ได้รับคะแนนเพิ่มร้อยละ 2
    4.3.4 โดยสละสิทธิลดวันรับราชการ 5 เดือน ได้รับคะแนนเพิ่มร้อยละ 4
    4.3.5 โดยสละสิทธิลดวันรับราชการ 1 ปี ได้รับคะแนนเพิ่มร้อยละ 6
    4.3.6 โดยสละสิทธิลดวันรับราชการ 3 ปี 6 เดือน ได้รับคะแนนเพิ่มร้อยละ 8
    4.4 ทหารกองประจำการที่สมัครใจรับราชการต่อ (เลื่อนปลด) ได้รับคะแนนเพิ่ม ร้อยละ 4 ต่อครั้ง (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง)
    4.5 การรับสิทธิคะแนนเพิ่มพิเศษ ตามข้อ 4.1 และ ข้อ 4.2 จะให้เฉพาะกรณีที่ ได้คะแนนเพิ่มพิเศษมากที่สุดเพียงข้อเดียวเท่านั้น ทั้งนี้ ให้สามารถนำมารวมกับกรณีที่ได้คะแนนเพิ่มพิเศษ ตามข้อ 4.3
    4.6 การรับสิทธิคะแนนเพิ่มพิเศษ ให้สำหรับการสอบคัดเลือกเฉพาะกรณีการสอบแข่งขัน ในประเภทของการจัดหากำลังพลจากบุคคลพลเรือนเท่านั้น
    4.7 หากผู้สมัครสอบมีสิทธิได้รับคะแนนเพิ่มพิเศษแต่หลักฐานยังไม่พร้อมจะต้อง ทำหนังสือแสดงความจำนงขอรับคะแนนเพิ่ม “เอกสารประกอบการรับสิทธิคะแนนเพิ่มในการสอบบุคคล พลเรือนในส่วนของกองทัพเรือประจำปี 2568” ส่งถึง “กองการกำลังพล สำนักบริหารกำลังพล กรมกำลังพลทหารเรือ ถนนอิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700”
    ภายในวันสุดท้ายของการรับสมัคร (27 มิถุนายน 2564) รวมทั้งจัดส่งหลักฐาน (ฉบับจริง/สำเนา) ถึงกรรมการสอบฯ ภายในวันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม 2568 หากไม่ส่งหลักฐานตามกำหนด (กรณีคณะกรรมการฯ ไม่ได้รับเอกสารใด ๆ ภายในวันที่กำหนด) คณะกรรมการสอบฯ จะถือว่าผู้สมัครใต้สละสิทธิ ในการขอรับสิทธิ ดังกล่าว
  1. การรับสมัครสอบ
    5.1 รับสมัครทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ทางเว็ปไซต์ https://itrrecruitment.thaijobjob.com/ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2568 ถึงวันที่ 27 มิถุนายน2568 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ
    5.2 ผู้สมัครมีสิทธิสมัครสอบเพียงหนึ่งสาขาเท่านั้น โดยดำเนินการสมัครตามขั้นตอน ที่กำหนด กรอกข้อมูลลงในใบสมัคร Online ให้ถูกต้องครบถ้วน แล้วพิมพ์เอกสารสำหรับใช้ชำระค่าสมัคร ลงในกระดาษ A4 สีขาว กรณีมีข้อผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัครสอบเอง คณะกรรมการขอสงวนสิทธิ์ในการรับสมัคร โดยจะเป็นผู้พิจารณาว่าจะมีสิทธิในการสมัครสอบหรือไม่ และผู้สมัครสอบไม่สามารถเรียกร้องสิทธิใด ๆ ที่เกิดจากข้อผิดพลาดของตนเองได้
    5.3 นำใบชำระค่าสมัครไปชำระผ่านเคาท์เตอร์ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือชำระเงินผ่านทางแอพพลิเคชั่น Krungthai NEXT หรือชำระเงินผ่านตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย (ต้องเป็นบัตร ATM ของธนาคารกรุงไทย) ภายใน วันที่ 28 มิ.ย. 68 เวลา 22.00 น. ทั้งนี้ การสมัครสอบ จะมีผลสมบูรณ์เมื่อผู้สมัครสอบได้ชำระค่าธรรมเนียมการสอบแล้วเท่านั้น
    5.4 ค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ จำนวน 400 บาท ประกอบด้วย ค่าธรรมเนียม การสอบ จํานวน 370 บาท และค่าธรรมเนียมธนาคารรวมค่าบริการทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 30 บาท โดยค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบจะไม่จ่ายคืนไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
    5.5 สามารถทำการพิมพ์ใบสมัครและบัตรประจำตัวสอบลงในกระดาษ A4 สีขาว ที่ระบุหมายเลขประจำตัวผู้สอบ และที่นั่งสอบ ได้ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ทั้งนี้ผู้สมัครสอบ จะมีสิทธิเข้าสอบก็ต่อเมื่อชำระค่าสมัครสอบ และคณะกรรมการออกรหัสหมายเลขประจำตัวสอบ ให้แล้วเท่านั้น
    5.6 การสมัครสอบทางอินเทอร์เน็ต เป็นการดำเนินธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551โดยถือว่า ผู้สมัครสอบได้รับทราบและเข้าใจในประกาศรับสมัครรวมถึงผนวกท้ายประกาศ ซึ่งผู้สมัครต้องตรวจสอบ ตำแหน่งที่จะสมัครสอบและรับรองตนเองว่ามีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดทุกประการ หากผู้สมัครสอบ กรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ ให้ถือว่าการสมัครสอบไม่ถูกต้องตามประกาศรับสมัคร จะถูกตัดสิทธิในการสอบ และการบรรจุเข้ารับราชการทันที รวมถึงอาจมีความผิดฐานแจ้งความอันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา
    5.7 ผู้สมัครสอบต้องรับรองเอกสารหลักฐานทุกฉบับที่ใช้ในการสมัครสอบและ การนำเอกสารมาแสดงต่อคณะกรรมการในทุกขั้นตอนว่าเป็นเอกสารที่ทางราชการหรือสถานศึกษาออกให้จริง หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่าเป็นเอกสารเท็จที่ทางราชการมิได้ออกให้จริง จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งหากปรากฏว่าข้อความในใบสมัครหรือหลักฐานที่นำมาแสดงไม่ถูกต้องตรงกับความเป็นจริง (คุณสมบัติ/คุณวุฒิฯ ไม่ตรง) แม้ภายหลังรายงานตัวทำสัญญาเข้ารับราชการแล้วก็ตาม กองทัพเรือมีสิทธิที่จะให้บุคคลผู้นั้น พ้นสภาพหรือออกจากราชการได้ โดยทางราชการจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น และผู้สมัครสอบจะต้อง ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโดยทันที ทั้งนี้ กรมกำลังพลทหารเรือ จะตรวจสอบคุณสมบัติและคุณวุฒิ โดยละเอียด ในขั้นตอนของการบรรจุเข้ารับราชการ หากตรวจพบว่าผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ขาดคุณสมบัติ คุณวุฒิ หรือหลักฐานต่างๆ ไม่ถูกต้อง หรือปลอมแปลงเอกสาว จะต้องถูกตัดสิทธิ โดยไม่สามารถเรียกร้องสิทธิ์ใดๆ ได้
    5.8 ผู้สมัครสอบที่มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัคร ไม่ว่าจะพบในขั้นตอนใด เช่น การรับสมัครสอบ การสอบคัดเลือกทุกขั้นตอน การประกาศผล การรายงานตัว เมื่อคณะกรรมการตรวจพบ เอกสารไม่เป็นไปตามประกาศ คณะกรรมการมีสิทธิที่จะระงับการเข้าสอบคัดเลือก หรือการดำเนินการ ขั้นต่อไปหรือแม้จะส่งหลักฐานหรือสัญญาแล้วก็ตาม ให้ถือว่าผู้สมัครสอบขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่ต้น ไม่มีสิทธิ เข้ารับราชการหรือหากมีคำสั่งบรรจุเข้ารับราชการแล้วก็สามารถยกเลิกการบรรจุเข้ารับราชการได้ และ ค่าใช้จ่ายในการสอบคัดเลือก ค่าที่พัก ค่าตรวจสุขภาพ หรือค่าใช้จ่ายอื่นใด ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ด้วยตนเองทั้งสิ้น
  1. การเตรียมตัวของผู้สมัครและคำแนะนำที่ควรทราบ
    6.1 ผู้สมัครต้องอ่านระเบียบการและวิธีปฏิบัติในการสมัครสอบตลอดจนคำชี้แจงต่างๆ ให้เข้าใจโดยตลอด ทั้งนี้ การดำเนินการของผู้สมัครสอบที่ไม่เป็นไปตามที่ประกาศกำหนด คณะกรรมการฯ ขอสงวนสิทธิในการรับสมัคร โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
    6.2 เตรียมหลักฐานต่างๆ ในรูปแบบ ไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ โดยรับรองสำเนาและ Scan ให้พร้อมที่จะ Upload ในการสมัครสอบ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์และความสะดวกรวดเร็วในการสมัครของผู้สมัครเอง หากตรวจพบว่าเอกสาร หรือหลักฐานใด ๆ ปลอมแปลงหรือเป็นเท็จ จะต้องถูกตัดสิทธิจากการสอบ และถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
    6.3 ตรวจสอบความสมบูรณ์และขนาดของร่างกาย ต้องไม่เป็นโรคที่ขัดต่อการบรรจุ เข้ารับราชการทหาร และมีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดไว้ ในข้อ 2
    6.4 บัตรประจำตัวสอบจะต้องเก็บรักษาให้ดีที่สุด และจะต้องนำมาแสดงต่อกรรมการ (ลงนามกำกับ) เพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ ทุกขั้นตอนของการสอบ หากชำรุด สูญหาย หรือไม่มีมาแสดง จะไม่อนุญาตให้ เข้าสอบ
    6.5 การเข้าสอบและการติดต่อในสถานที่ราชการ จะต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย คือ ผู้หญิงสวมกระโปรงหรือกางเกงขายาว ทรงสุภาพ (ต้องไม่เป็นผ้ายีนส์หรือผ้ายืด) สวมรองเท้าหุ้มส้น สำหรับผู้ชายสวมเสื้อคอปก กางเกงขายาว (ต้องไม่เป็นผ้ายีนส์หรือผ้ายืด) โดยสอดเสื้อไว้ในกางเกง และสวมรองเท้าหุ้มส้น มิฉะนั้นคณะกรรมการอาจจะพิจารณาไม่ให้เข้าห้องสอบได้
    6.6 ผู้ที่สอบได้จะได้รับการบรรจุในอัตราเงินเดือน ตามสาขาที่ประกาศรับสมัคร และอาจได้รับการบรรจุในต่างจังหวัด และห้ามมิให้เรียกร้องสิทธิใด ๆ เกินกว่าที่ทางราชการกำหนด
    6.7 รายชื่อ ตำรา และเอกสารอ้างอิง ที่ใช้ในการออกข้อสอบ (ผนวก จ)


7. การสอบคัดเลือก
7.1 การสอบรอบแรก เป็นการสอบภาควิชาการและภาคปฏิบัติ (ถ้ามี) กำหนดเกณฑ์ผ่าน ร้อยละ 50 ของคะแนนเต็ม (รวมทุกวิชา)
7.1.1 ภาควิชาการ
สอบในวันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ โรงเรียนพันจ่า กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170 (แผนที่สังเขปตามผนวก ข) โดยมีวิชาที่สอบ ดังนี้
เวลา 09.00-12.00 น. สอบ วิชาชีพตามคุณวุฒิ คะแนนเต็ม 200 คะแนน
เวลา 13.00-14.00 น. สอบ วิชาภาษาไทยทั่วไป คะแนนเต็ม 100 คะแนน (ผู้สมัครต้องสอบทุกคน)
เวลา 14.30-15.30 น. สอบ วิชาภาษาอังกฤษทั่วไป คะแนนเต็ม 100 คะแนน (ผู้สมัครต้องสอบทุกคน)
7.1.2 ภาคปฏิบัติ
ผู้สมัครสอบสาขาเปรียญธรรม 9 ประโยค/ศาสนศาสตร์/พุทธศาสตร์ ต้องทดสอบความรู้ความสามารถตามที่คณะกรรมการกำหนด ในวันที่ 29-30 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.30-16.30 น. ณ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม (แผนที่สังเขปตามผนวก ค)
7.2 การสอบรอบที่สอง เป็นการสอบสัมภาษณ์ ซึ่งมีผลการสอบ “ผ่าน” หรือ “ไม่ผ่าน” เท่านั้น (ไม่มีคะแนน) โดยมีรายละเอียดดังนี้
7.2.1 ให้มีสิทธิเข้าสอบเฉพาะผู้ที่ผ่านการสอบรอบแรกตามเกณฑ์ที่กำหนด จำนวนไม่เกิน 3 เท่าของตำแหน่งอัตราที่สมัครสอบ
7.2.2 กำหนดสอบสัมภาษณ์ ในวันที่ 25-26 สิงหาคม 2568 เวลา 08.30-16.30 ณ กองบัญชาการกองทัพเรือ (พื้นที่วังนันทอุทยาน) ถนนอิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร (แผนที่สังเขปตามผนวก ง)

โดยจะสัมภาษณ์ในหัวข้อ ดังนี้
– ทัศนคติ ความศรัทธาในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
– บุคลิก ลักษณะ ท่วงทีวาจา ปฏิภาณไหวพริบ และคุณลักษณะเหมาะสมกับความเป็นทหาร
– แนวความคิดในการนำความรู้ที่สำเร็จการศึกษามาใช้ปฏิบัติงานในกองทัพเรือ
-ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสถานการณ์โลกและบ้านเมือง และกองทัพ
7.3 ผู้สมัครสอบที่ได้รับการตัดสินผลสอบและได้รับการคัดเลือกเป็นตัวจริง จะต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพร่างกายและทดสอบสุขภาพจิต ในวันที่ 10-11 กันยายน 2568 เวลา 08.30-16.30 น. ที่โรงพยาบาลทหารเรือกรุงเทพ (บางนา) ถนนริมทางรถไฟสายเก่า แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ผู้สมัครต้องชำระค่าใช้จ่ายเอง จำนวน 2,255 บาท (สองพันสองร้อยห้าสิบห้าบาทถ้วน) ตามที่โรงพยาบาลทหารเรือกรุงเทพ (บางนา) กำหนด ในกรณีที่ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวจริง ตรวจสุขภาพร่างกาย และตรวจสุขภาพจิตไม่ผ่าน (มีโรคที่ขัดต่อการเข้ารับราชการทหาร หรือไม่ยินยอมและไม่สามารถเข้ารับการ ตรวจร่างกายเพื่อบรรจุเข้ารับราชการไม่ว่ากรณีใดๆ จะถือว่าผู้สมัครยินดีสละสิทธิในการบรรจุเข้ารับราชการใน ทร. โดยไม่สามารถเรียกร้องสิทธิใด ๆ จาก ทร. ได้) ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวสำรอง จะมีสิทธิเข้ารับการตรวจสุขภาพร่างกาย และทดสอบสุขภาพจิต ในวันที่ 12 กันยายน 2568 เพื่อบรรจุเข้ารับราชการตามลำดับ
7.4 สำหรับห้องสอบ และผังที่นั่งสอบในการสอบภาควิชาการ จะติดประกาศให้ทราบ ที่บริเวณหน้าห้องสอบในวันสอบ และตรวจสอบได้ทางอินเทอร์เน็ต ตามข้อ 5.1 และ https://www.navy.mi.th/ ก่อนวันสอบภาควิชาการ

8. ข้อปฏิบัติในการเข้าสอบ
8.1 ผู้สมัครต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรประจำตัวผู้สมัครสอบ ต่อกรรมการเพื่อลงนามและพิมพ์ลายนิ้วมือ ในวันสอบภาควิชาการ ภาคปฏิบัติ (ถ้ามี) และสัมภาษณ์ รวมทั้งในการตรวจสุขภาพร่างกาย ทดสอบสุขภาพจิต หากไม่มีจะไม่อนุญาตให้เข้าสอบทุกขั้นตอนของการ ดำเนินการสอบ โดยไม่มีข้อยกเว้น
8.2 ให้ผู้สมัครสอบพร้อมที่หน้าห้องสอบของตัวเอง ก่อนถึงเวลาสอบ 30 นาที จากนั้นกรรมการคุมสอบจะเรียกผู้สมัครเข้าห้องสอบ ตามลำดับหมายเลขประจำตัวสอบนั่งตามผังที่กำหนด
8.3 ผู้ที่เข้าห้องสอบช้ากว่าเวลาเริ่มต้นสอบเกิน 30 นาที จะไม่อนุญาตให้เข้าสอบ และถือว่าขาดสอบในวิชานั้น และจะออกจากห้องสอบได้หลังจากเวลาเริ่มต้นสอบไปแล้ว 30 นาที
8.4 ในวันสอบภาควิชาการ และในการทดสอบสุขภาพจิต ผู้สมัครต้องเตรียมอุปกรณ์ การสอบได้แก่ ปากกา ดินสอ 28 ยางลบ ไม้บรรทัด และน้ำยาลบคำผิดไปให้พร้อม
8.5 ห้ามนำกระดาษทุกชนิด อุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารทุกประเภท และไม่อนุญาต นำเครื่องคำนวณทุกประเภทเข้าห้องสอบโดยเด็ดขาด
8.6 ไม่อนุญาตให้นำเครื่องคำนวณเข้าห้องสอบโดยเด็ดขาด
8.7 ห้ามนำโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์ Information Technology ใดๆ รวมถึง นาฬิกา Smart Watch ทุกประเภท เข้าห้องสอบโดยเด็ดขาด
8.8 การเริ่มทำข้อสอบ จะต้องรอฟังสัญญาณทำพร้อมกันจากกองอำนวยการเท่านั้น ห้ามเปิดข้อสอบทำก่อนโดยเด็ดขาด หากมีข้อสงสัยให้ยกมือถามกรรมการคุมสอบ
8.9 ผู้ที่กระทำการทุจริตในการสอบ หรือช่วยเหลือในการกระทำทุจริต จะถูกตัดสิทธิ ในการสอบคัดเลือก และจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
8.10 การขาดสอบภาควิชาการในวิชาใดวิชาหนึ่ง หรือภาคปฏิบัติ (ถ้ามี) หรือขาดการสอบ สัมภาษณ์ ขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง จะถือว่าผู้นั้นสละสิทธิในการสอบคัดเลือก

  1. การตัดสินผลการสอบ
    9.1 จะต้องสอบภาควิชาการและภาคปฏิบัติ (ถ้ามี) ให้ครบถ้วนตามที่กำหนด โดยมี คะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของคะแนนรวมภาควิชาการและภาคปฏิบัติ (ถ้ามี) (รวมกับคะแนนเพิ่มพิเศษ เฉพาะในรายที่มีสิทธิขอรับคะแนนเพิ่มพิเศษตามที่กำหนดไว้) ในกรณีที่ตำแหน่งอัตราใดมีผู้ที่สอบได้คะแนน ภาควิชาการรวมกับคะแนนเพิ่มพิเศษเท่ากัน จะพิจารณาจากผลรวมของคะแนนภาควิชาการสูงกว่าตามลำดับ แล้วจัดลำดับที่ตามตำแหน่งอัตราที่รับสมัครสอบ โดยให้ผู้มีสิทธิเข้าสอบสัมภาษณ์ ในจำนวนไม่เกิน 3 เท่า ของตำแหน่งอัตราในแต่ละสาขาที่เปิดสอบ
    9.2 มีผลการสอบสัมภาษณ์ “ผ่าน”
    9.3 การตัดสินผลจะพิจารณาจากผลรวมของคะแนนภาควิชาการสูงสุด (รวมกับคะแนนเพิ่ม พิเศษเฉพาะในรายที่มีสิทธิขอรับคะแนนเพิ่มพิเศษตามที่กำหนดไว้) และมีผลการสอบสัมภาษณ์ “ผ่าน” แล้ว จัดลำดับที่จำนวนตามสาขาที่เปิดสอบ
    9.4 ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก คือผู้ที่สอบได้คะแนนรวมสูงสุด ในแต่ละตำแหน่งอัตราที่สมัครสอบ เว้นสาขาเปรียญธรรม ๙ ประโยค/ศาสนศาสตร์/พุทธศาสตร์ (ต้องสอบได้เปรียญธรรม ๔ ประโยคขึ้นไป) (จัดลำดับที่) ในกรณีที่ตำแหน่งอัตราโตมีผู้ที่สอบใต้คะแนนภาควิชาการเท่ากัน จะพิจารณาจากคะแนนวิชาชีพ เฉพาะตำแหน่งตามสาขาคุณวุฒิ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษตามลำดับ หากได้คะแนนเท่ากันอีกจะทำการ สอบประมวลความรู้ทางวิชาชีพตามสาขาคุณวุฒิ (โดยการถามตอบปากเปล่าจากคณะกรรมการประจำวิชา ตามสาขาคุณวุฒิ จำนวน 3 นาย)
    9.5 ผลการตัดสินของประธานกรรมการสอบถือเป็นข้อยุติ
    9.6 ผู้สมัครสอบที่ได้รับการตัดสินผลสอบและได้รับการคัดเลือกเป็นตัวจริง จะต้องเข้ารับ การตรวจสุขภาพร่างกายและทดสอบสุขภาพจิต ในกรณีที่ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวจริง ตรวจสุขภาพ ร่างกาย และตรวจสุขภาพจิตไม่ผ่าน (มีโรคที่ขัดต่อการเข้ารับราชการทหาร หรือไม่ยินยอมและไม่สามารถ เข้ารับการตรวจสุขภาพร่างกายเพื่อบรรจุเข้ารับราชการไม่ว่ากรณีใด ๆ จะถือว่าผู้สมัครสละสิทธิในการบรรจุ เข้ารับราชการในกองทัพเรือ โดยไม่สามารถเรียกร้องสิทธิใด ๆ จากกองทัพเรือได้) ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็น ตัวสำรองจะมีสิทธิ เข้ารับการตรวจสุขภาพร่างกาย และทดสอบสุขภาพจิต เพื่อบรรจุเข้ารับราชการตามลำดับ
    9.7 มติคณะกรรมการอำนวยการและคำวินิจฉัยของประธานกรรมการถือเป็นอันสิ้นสุด
  1. การประกาศผลสอบ
    10.1 รอบแรก (ภาควิชาการ) ภายในวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ทางอินเทอร์เน็ต ตามข้อ 5.1 และ https://www.navy.mi.th/
    10.2 รอบสุดท้าย ภายในวันที่ 5 กันยายน 2568 ทางอินเทอร์เน็ต ตามข้อ 5.1 และ https://wwww.navy.mi.th/ ผู้สมัครที่สอบได้เป็นตัวจริง จะต้องมารายงานตัวต่อกรรมการอำนวยการ ที่แผนกจัดหากำลังพล กองการกำลังพล สำนักบริหารกำลังพลกรมกำลังพลทหารเรือ ถนนอิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 15 กันยายน 2568 ระหว่างเวลา 08.30-12.00 น. หากไม่มารายงานตัวตามกำหนดจะถือว่าสละสิทธิในการบรรจุเข้ารับราชการ ในกองทัพเรือโดยไม่สามารถเรียกร้องสิทธิใด ๆ จากกองทัพเรือได้ และในเวลา 13.00 น. รับฟังคำชี้แจง ในการตรวจสุขภาพร่างกาย และทดสอบสุขภาพจิต รวมทั้งรับเอกสาร และรับทราบรายละเอียดในการทำสัญญา เข้ารับราชการเป็นข้าราชการของกองทัพเรือ จากกรรมการอำนวยการ ณ ห้องประชุม กรมกำลังพลทหารเรือสำหรับตัวสำรองทั้งหมด ไม่ต้องมารายงานตัว หากมีตัวจริงสละสิทธิ หรือตรวจสุขภาพร่างกาย/ทดสอบ สุขภาพจิตไม่ผ่าน กรรมการสอบฯ จะติดต่อให้มารายงานตัวเพื่อเข้ารับการตรวจสุขภาพร่างกาย และทดสอบ สุขภาพจิต ในภายหลัง

11. การเสียสิทธิในการสอบและการบรรจุเข้ารับราชการ
11.1 ไม่มีบัตรประจำตัวผู้สมัครสอบและไม่แสดงบัตรประจำตัวประชาชน รวมถึงไม่นำเอกสารที่ใช้ประกอบการพิจารณาการบรรจุเข้ารับราชการ (ตัวจริง) มาให้กรรมการสอบ ณ กรมกำลังพลทหารเรือ ภายในเวลาที่กำหนด
11.2 เข้าห้องสอบช้ากว่าเวลาที่เริ่มต้นสอบเกิน 30 นาที จะไม่อนุญาตให้เข้าสอบ และจะถือว่าขาดสอบวิชานั้น ๆ
11.3 ทุจริตในการสอบ และอาจจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
11.4 การขาดสอบวิชาใดวิชาหนึ่ง หรือภาคปฏิบัติ (ถ้ามี) หรือขาดสอบสัมภาษณ์
11.5 ขาดคุณสมบัติ คุณวุฒิ หรือขาดหลักฐานต่าง ๆ หรือเอกสารข้อมูลเป็นเท็จ
11.6 ผู้ที่ไม่สามารถปฏิบัติตามกฎกระทรวง (พ.ศ. 2518) ออกตามความในพระราชบัญญัติ เครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477 ว่าด้วยเครื่องแบบทหารเรือ ฉบับที่ 16 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และระเบียบ กองทัพเรือว่าด้วยเครื่องแบบและวิธีแต่งเครื่องแบบ พุทธศักราช 2529 ได้ (หากได้รับการบรรจุเข้ารับราชการ แล้วไม่สามารถแต่งเครื่องแบบทหารเรือได้)
11.7 คณะกรรมการขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาเรื่องการเสียสิทธิ หากเห็นว่า ผู้สมัครสอบดำเนินการไม่เหมาะสม มีการทุจริต หรือเอาเปรียบผู้สมัครสอบรายอื่น ๆ รวมถึงสามารถ ปรับแต่งรายละเอียดขั้นตอน ตั้งแต่การรับสมัครสอบ การสอบ จนถึงการประกาศผลสอบเพื่อให้เกิด ความเหมาะสมเท่าเทียมและเป็นธรรมแก่ผู้สมัครสอบโดยรวมทุกกรณี

ทั้งนี้ โปรดอย่าหลงเชื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด ที่กล่าวอ้างว่าจะช่วยเหลือท่านในการสอบคัดเลือกฯ ครั้งนี้ได้ เนื่องจากผลการสอบขึ้นอยู่กับความรู้ ความสามารถของผู้สมัครสอบเอง หากเกิดกรณี ดังกล่าวหรือพบเห็นพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริตขอได้โปรดแจ้งข้อมูลไปที่ กองการกำลังพล สำนักบริหาร กำลังพล กรมกำลังพลทหารเรือ ถนนอิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700 โทรศัพท์หมายเลข 0-2475-8146 และ 0-2475-8409 โทรสารหมายเลข 0-2478-4671 ในวันและเวลาราชการ เพื่อจะได้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายโดยทันที

ขอบคุณข้อมูล : กองทัพเรือ Royal Thai Navy