ตามที่นายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ประกาศลาออกจากการเป็น ศิลปินแห่งชาติ กลางเวทีการจัดกิจกรรมสร้างการรับรู้และการขับเคลื่อนการจัดมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Phuket 2025 “การถ่ายทอดองค์ความรู้ จากเชียงราย สู่ ภูเก็ต” ที่ จ.ภูเก็ต นั้น
สำหรับนายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ. 2554 เป็นจิตรกรที่ได้สร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมไทยที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และมีผลงานจัดแสดงนิทรรศการทั้งในและต่างประเทศ ผลงานจิตรกรรมไทยที่สร้างสรรค์เป็นที่รู้จักของชาวไทยและชาวต่างประเทศ เช่น ภาพจิตรกรรมไทยในอุโบสถวัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เขียนภาพประกอบบทพระราชนิพนธ์พระมหาชนก ช้างศึก พระบารมี ชนะมาร และผลงานศิลปะที่วัดร่องขุ่น จ.เชียงราย ซึ่งเป็นการสร้างศิลปะอันล้ำค่าให้แก่แผ่นดิน แก่โลก เพื่อทดแทนประเทศชาติ ผลงานของนายเฉลิมชัย มีทั้งงานสถาปัตยกรรม ประติมากรรมปูนปั้น และงานจิตรกรรมไทย ซึ่งเป็นศิลปะไทยประยุกต์สมัยใหม่

นายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ หรือ “อาจารย์เฉลิมชัย” เกิดเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2498 ณ หมู่บ้านร่องขุ่น จ.เชียงราย เป็นบุตรคนที่ 3 ของนายไพศาล และนางพรศรี อยู่สุข สำเร็จการศึกษาศิลปบัณฑิต สาขาศิลปะไทย จากคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปริญญาศิลปดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (จิตรกรรมไทย) จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสถาปัตยกรรม ประเภททั่วไป จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม
ผลงานด้านศิลปะของอาจารย์เฉลิมชัย มีทั้งด้านจิตกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรม ที่มีคุณค่าทางศิลปะเป็นจำนวนมาก เช่น งานเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังพระพุทธรัตนสถานในพระบรมมหาราชวัง ภาพจิตรกรรมติดพระตำหนัก จ.กระบี่ ภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดพุทธปทีป และยังมีผลงานจิตรกรรมหลายชิ้นที่ได้รับรางวัลจากการประกวดงานศิลปะ เช่น รางวัลที่ 1 เหรียญทอง จากการประกวดจิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 3 ของธนาคารกรุงเทพ รางวัลเกียรตินิยมอันดับ 3 จากการประกวดศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 25 และได้รับรางวัล “ศาสตรเมธี” สาขาศิลปกรรมศาสตร์ ด้านส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ประจำปี พ.ศ. 2558 จากมูลนิธิศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี

สำหรับ “วัดร่องขุน” นับเป็นผลงานที่โดดเด่นของอาจารย์เฉลิมชัย และสร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วโลกด้านสถาปัตยกรรม ในชื่อว่า “The White Temple” ซึ่งเกิดจากแรงบันดาลใจ หลังจากที่อาจารย์เฉลิมชัย ได้กลับมาจากการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และได้มีโอกาสถวายงานรับใช้พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) โดยร่วมเป็นหนึ่งในทีมวาดรูปประกอบหนังสือพระมหาชนก จนเกิดแรงบันดาลใจ และตั้งใจว่าชีวิตนี้พร้อมจะถวาย เพื่อสร้างงานสถาปัตยกรรมไว้คู่พระบารมี จึงได้เริ่มลงมือออกแบบอุโบสถ วัดร่องขุ่น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 โดยวัดร่องขุ่นไม่ได้มีเพียงงานสถาปัตยกรรมที่งดงามและแฝงด้วยความหมายทางพุทธภูมิเท่านั้น หากยังประกอบด้วย การออกแบบผังบริเวณโดยรอบที่สะท้อนสัจธรรมตามคำสอนในพุทธศาสนา งานออกแบบภูมิทัศน์โดยรอบที่ส่งเสริมงานสถาปัตยกรรม และความงดงามของการออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน รวมไปถึงงานวิจิตรศิลป์ เช่น ภาพเขียนภายในอุโบสถ และองค์ประกอบแวดล้อมทั้งหมดในงานสถาปัตยกรรมที่ปรากฏให้เห็น จึงอาจกล่าวได้ว่า วัดร่องขุ่น เป็นหนึ่งในงานสถาปัตยกรรมรูปแบบประเพณีทางศาสนา ที่เป็นตัวแทนแห่งรัชสมัยในรัชกาลที่ 9



