ยังคงเป็นอีกหนึ่งความสูญเสียที่สะเทือนหัวใจหนักมาก สำหรับการจากไปของ “คุณแม่งามทิพย์ ฉัตรบริรักษ์” คุณแม่ผู้เป็นศูนย์รวมความรักของครอบครัวพระเอกชื่อดังอย่าง “บอย ปกรณ์” ซึ่งการสูญเสียในครั้งนี้ สร้างความโศกเศร้าให้กับแฟนๆ ที่ติดตามความน่ารักของครอบครัวนี้อย่างมาก ซึ่งในวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา ด้าน บอย ปกรณ์ ได้ออกมาโพสต์อาลัยคุณแม่ พร้อมแจ้งกำหนดการ พิธีบำเพ็ญกุศลที่จะถูกจัดขึ้น ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน ณ ศาลาเกสนี ตามที่ข่าวได้เคยนำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้(13มิ.ย.68) เวลาประมาณ16:00น. ณ ศาลาเกสนี วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร ทางด้านครอบครัว นำโดย บอย ปกรณ์ และ ภัทร์ ภัทร ฉัตรบริรักษ์ ได้เปิดใจถึงการสูญเสียครั้งใหญ่ รวมถึงกำหนดการพิธีกรรมฌาปนกิจ ร่วมส่งคุณแม่ครั้งสุดท้าย

บอย เผยว่า “สำหรับวันนี้คือวันสวดอภิธรรมคุณแม่เป็นคืนที่7 ก็อยากจะขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน อยากจะบอกว่า ผมเดินไปบอกแม่ทุกวันว่าคนมาส่งแม่เยอะมากเลย มันเป็นความรู้สึกที่ว่าเราดีใจแทนแม่มากๆ ขอบคุณมากๆ จริงๆที่มาส่ง ไม่คิดว่าคนจะมากันเยอะขนาดนี้ และในโซเชียลก็ได้เห็นความรักที่ทุกคนมีให้กับแม่และ “วันใหม่” ด้วย ก็ขอบคุณจากใจจริงๆ
หลายคนอาจจะสงสัยและตกใจ เพราะไม่มีใครเคยทราบมาก่อนเลยว่าคุณแม่ไม่สบาย ความจริงแล้วคุณแม่ไม่สบายมา6 ปีแล้ว ด้วยอาการของ“โรคมะเร็งที่ไต” แต่อาจจะไม่ได้ลงรายละเอียด แต่ว่าช่วงสุดท้ายของคุณแม่ท่านก็มีบุญ คุณแม่ก็จากไปอย่างสงบไม่เจ็บไม่ปวดไม่ทรมาน โดยช่วงท้ายของคุณแม่ คุณแม่ไปอยู่ที่โรงพยาบาล ทั้งหมด3เดือน คือก่อนหน้านี้มันก็มีสัญญาณที่ ไม่ว่าจะเป็นจากทางคุณหมอหรือว่าตัวอาการที่มันคล้ายๆ จะบ่งชี้ว่าคุณแม่จะมีเวลาเหลือเท่าไหร่ แต่ว่าด้วยความที่เราไม่อยากจะมานั่งถามแม่ว่า เรามาสั่งลากันนะนู่นนี่ ใจนึงก็รู้แต่อีกใจนึงก็อยากให้เขาอยู่ไปนานๆ ที่สุด เพราะฉะนั้นเราก็เลยไม่อยากมานั่งสั่งลาเป็นกิจลักษณะ
อย่างตัวผมเองมีโอกาสได้นั่งคุยกับแม่แต่ไม่ได้เป็นกิจลักษณะ เช่น ก่อนที่แม่จะเข้าโรงพยาบาล3เดือนสุดท้าย ก็นั่งกันที่โต๊ะกินข้าว ก็คุยกันเหมือนแม่ลูกคุยกัน แม่เขาสู้มากนะ ท่านก็ทำใจและปล่อยวางได้ เขาไม่เคยพูด ถ้าเป็นแต่ก่อนแม่คงมีห่วงมากกว่านี้ แต่ว่าตอนนี้เขาก็เห็นว่า เราสามคนดูแลตัวเองได้ ดูแลวันใหม่ได้ ถามว่าเขาหมดห่วงไหม เขาก็หมดห่วงแหละ แต่เขาแค่เสียดายว่า เขาไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับพวกเราได้มากกว่านี้แค่นั้นเอง ก็จะเป็นลักษณะการพูดแบบนี้ไม่ได้เป็นกิจลักษณะ เราไม่อยากให้เขาเสียกำลังใจด้วยเพราะเราให้กำลังใจเขาตลอด ถ้าแม่สู้พวกบอยก็สู้ แม่จะรักษาหรือค่าใช้จ่ายจะเป็นยังไง บอยก็สู้“

บอยเผยต่อว่า “แม่มีคนรักเยอะ อาจจะเป็นเพราะว่า ทุกๆคนที่เคยดูแม่เลี้ยง ”วันใหม่“ ผ่านออนไลน์ตั้งแต่เด็ก คนก็เลยมีความรู้สึกว่าเหมือนแม่ของตัวเองด้วย ก็ดีใจมากๆ ที่มีคนรักแม่เยอะ พอทุกคนรู้ข่าวแม่ก็โทรมา ทุกคนร้องไห้มากๆ จนเรารู้สึกว่าเขาเสียใจกับการจากไปของแม่มากๆ ทุกคนรักแม่มากๆ ไม่ใช่แค่คนที่มางานแต่ผมหมายถึงคนทั้งโลกโซเชียล ทุกๆคนเลย ขอบคุณแทนแม่ ผมเชื่อว่าแม่จะต้องดีใจมากๆ ผมบอกแม่ทุกวันว่าคนมาเยอะมากเลย(ร้องไห้)

ส่วนพิธีกรรมฌาปนกิจ ในวันพรุ่งนี้(14 มิ.ย.68) ก็จะเคลื่อนคุณแม่จากศาลาไปที่เมรุ2 ณ วัดพระศรีมหาธาตุ เริ่มเคลื่อนประมาณ 11:30น. ส่วนพิธีการจะเริ่มประมาณ12:30น. ส่วนเรื่องของการลอยอังคารเราก็จะไปลอยกันในวันถัดไป ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ ผมจะพาคุณแม่ไปลอยที่พัทยา ซึ่งเป็นที่เดียวกับคุณพ่อ ให้ท่านอยู่ด้วยกัน
สำหรับครองครัวของเรา จริงๆ พวกเราสนิทกัน แต่ด้วยความที่เราเป็นผู้ชายจะไม่เล่าเรื่องส่วนตัว แต่เราก็ยังใช้เวลากินข้าวคุยเล่นบ้าๆ บอๆ เรื่องความรักครอบครัวบ้านผมไม่แพ้บ้านใคร ผมกล้าพูดว่าเป็นความภูมิใจของแม่ แม่ไม่เคยพูดกับผมหรอก แต่มักจะคุยกับญาติๆ และเพื่อนๆ ว่าดีใจที่ลูกๆ ในบ้านสามัคคีและรักกัน ถ้าถามว่าผมอยากพูดอะไรกับแม่ สำหรับผมไม่ต้องพูดอะไรแม่เขารู้หมดเลยว่าผมรู้สึกยังไงกับเขา สำหรับผมแม่คือทุกอย่างของผม เพราะฉะนั้นถึงเขาจะบอกว่าไม่เคยเป็นห่วง แต่สุดท้ายความที่เป็นเขาก็คงยังเป็นห่วงอยู่ดี
แต่ผมอยากบอกว่าแม่ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น ผมจะดูแลน้องๆ เอง ไม่ว่าต่างคนจะไปมีครอบครัวผมก็จะดูแลไม่ทิ้งกันแน่นอน ทั้ง “หน่อง” “ภัทร์” “วันใหม่” ขอให้แม่สบายใจในเรื่องนี้ได้ ส่วนเรื่องที่แม่เป็นห่วงก็คือยังไม่สร้างบ้านสักที แต่ว่าแม่เขาจัดการให้ทุกอย่างแล้ว ที่เขาเร่งสร้างสตูดิโอผมอยากจะอวดแล้วกัน ที่พวกพี่เห็นสตูฯ ที่ไปถ่ายกัน แม่สร้างตอนที่แม่ไม่สบายทั้งหมด ต่อให้เขาไม่สบายเขาก็ไปยืนบนเก้าอี้ฉาบปูน จนลูกๆ มาเห็นก็จะบอกให้ลงมาเพราะว่ายังไม่สบายอยู่ แต่พอพูดแบบนี้เขาก็จะหงุดหงิด เพราะเขาบอกว่ายังไหวอยู่

สำหรับแม่จริงๆ เขามีอีกโปรเจ็กต์หนึ่งที่ยังค้างอยู่ ซึ่งแม่ก็บอกว่าเสียดายที่ยังทำไม่เสร็จ เดี๋ยวผมก็ต้องประสานต่อ สุดท้ายผมขอพูดแทนลูกๆ ทุกคนได้เลยว่า พวกเราภูมิใจมากๆ ที่ได้เกิดเป็นลูกแม่ครับ“
ภัทร์ เผยว่า ”ตอนที่ท่านมีชีวิตอยู่ถามว่าได้คุยอะไรกับคุณแม่บ้าง คือจริงๆมันแอบปุบปับนิดนึง ก็เลยไม่ได้มีการคุยเป็นกิจลักษณะเท่าไหร่ แต่ว่าช่วงท้ายๆ ก็มีคุยด้วยกันเยอะหน่อย เป็นการคุยกันผ่านๆ ไม่ได้มีการเรียกคุย เราเห็นหลายคนเข้ามาคอมเมนต์ว่า “ใจหาย” แม้กระทั่งเวลาเดินเจอคน หลายๆคนก็เดินเข้ามาแสดงความเสียใจกับเรา เขาตกใจมากแล้วเขาก็ร้องไห้ เราก็เลยรู้สึกว่าแม่เรามีผลต่อคนจำนวนมาก จริงๆก็ภูมิใจที่แม่มีคนรักเยอะ
ก็อยากจะบอกกับคุณแม่ว่าไม่ต้องห่วง แม่เป็นคนที่ทำทุกอย่างเพื่อลูก เพราะเขากลัวว่าถ้าวันนึงเขาไม่อยู่พวกผมจะลำบาก เขาถึงพยายามทำทุกอย่าง ซึ่งสิ่งเรานั้นโอเคพวกผมก็ขอบคุณในสิ่งที่แม่ทำให้ แต่ ณ ตั้งแต่ช่วงที่คุณแม่ป่วยหลังๆ ผมว่าสิ่งที่แม่สร้างไว้ให้พวกผมจริงๆ ก็คือพี่น้อง คือพวกผมจริงๆ ไม่ได้คุยกันเยอะหรอก คือเราเป็นบ้านผู้ชายก็จะไม่คุยเรื่องส่วนตัวกันเยอะ พอมาเป็นเรื่องนี้เราก็ต้องมารวมตัวกันเพื่อตัดสินใจ มันก็ทำให้เราได้คุยกันเยอะขึ้น บางครั้งเรื่องที่เราไม่กล้าพูดเราก็กล้าพูด สิ่งที่ดีที่ทำให้เรารู้ว่าในวันที่แม่ไม่อยู่เรายังมีพี่น้องที่ยังอยู่กับเรา อันนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดเลยที่แม่ทิ้งไว้ให้“




