กรณีองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เปิดประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมัยวิสามัญสมัยที่ 1 เพื่อยื่นถอดถอนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายสิรดนัย พลายด้วง หรือ สจ.กอล์ฟ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เขต 7 อ.หาดใหญ่ ตกเป็นผู้ต้องหาจากการกระทำความผิดอาญาและจริยธรรมนักการเมือง มีสมาชิกเข้าประชุม 36 คน โดยมีนายทวีศักดิ์ อรัญดร ประธานสภา ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ต่อมาในที่ประชุมเสียงแตกเป็นสองฝ่าย จึงมีมติที่ประชุมให้หารือผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

สภา อบจ.สงขลาไม่กล้าถอด ‘สจ.กอล์ฟ’ โยนเผือกร้อนให้ผู้ว่าฯวินิจฉัย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่14 มิ.ย. นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผวจ.สงขลา ชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ในอำนาจของสภา อบจ.สงขลา ที่จะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่กำหนดหน้าที่และขั้นตอนการดำเนินการไว้ชัดเจน การอ้างเหตุไม่สามารถชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหา หรือการอ้างอิงกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (วิปกครอง) มาตรา 30 วรรคสอง ต้องพิจารณาให้ครบถ้วน

นายโชตินรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยเฉพาะในส่วนที่ระบุว่า หากมีเหตุอันชัดเจนที่ไม่สามารถชี้แจงได้ ก็สามารถดำเนินกระบวนการต่อไปได้โดยไม่ต้องรอคำชี้แจงจากผู้ถูกกล่าวหา ดังนั้น สภา อบจ. ต้องใช้วิจารณญาณอย่างรอบด้านในการพิจารณา เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามหลักกฎหมาย ไม่ใช่การยกเหตุเพียงบางส่วนมาอ้างโดยไม่ครบองค์ประกอบ

ผวจ.สงขลา กล่าวย้ำว่า จุดสิ้นสุดของสมาชิกภาพมีหลายกรณี เช่น หากมีคำพิพากษาถึงที่สุดจากศาล หรือมีคำชี้มูลจากองค์กรอิสระ เช่น ป.ป.ช. ก็สามารถดำเนินการได้ทันทีตามอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด แต่หากยังไม่มีข้อยุติที่ชัดเจน สภา อบจ. ก็ต้องเป็นผู้ดำเนินการพิจารณาอย่างเคร่งครัด ครบถ้วนตามองค์ประกอบที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ความโปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนในกระบวนการตรวจสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น