เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่วัดหนองไทร ต.หนองไทร อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา นักป้องป้องสิทธิมนุษยชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวงานวิจัยภายใต้ชื่อ“แผ่นดินนี้ใครเป็นเจ้าของ? เปิดตัววิจัยไทบ้าน ผ่าวิกฤติเหมืองโปแตชโคราช” ซึ่งงานวิจัยนี้ฉบับนี้เป็นการจัดทำขึ้น เพื่อประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพกรณีการทำเหมืองแร่โปแตชในพื้นที่ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา โดยการนำเสนองานวิจัยในครั้งนี้มีนักวิชาการ 9 คน นำโดยนายสุริชัย หวันแก้ว อดีตผอ.ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย น.ส.อาภา หวังเกียรติ คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยรังสิต น.ส. บูชิตา สังข์แก้ว วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคมมหาวิทยาลัยรังสิต นายวิเชียร อันประเสริฐคณะศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี นางกิติมา ขุนทอง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร นายไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นต้น ร่วมรับฟังการนำเสนองานวิจัยเพื่อเตรียมนำไปต่อยอดในงานวิชาการในการแก้ไขปัญหาโปแตชด่านขุนทด

สำหรับเนื้อหาในงานวิจัยวิจัยไทบ้าน ผ่าวิกฤติเหมืองโปแตชโคราชประกอบไปด้วยประวัติศาสตร์ชุมชนทั้งของบ้านหนองไทรที่ได้รับผลกระทบจากเหมืองแร่โปแตชแล้วและบ้านสระขี้ตุ่น สระสมบูรณ์ ต.หนองบัวตะเกียด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นชุมชนที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เนื่องจากกำลังจะได้รับผลกระทบจากเหมืองแร่โปแตช นอกจากนี้ภายในงานวิจัยยังมีเรื่องราวความเชื่อของเรื่องผีและสิ่งศักดิ์สิทธิ์รวมถึงประเพณีของแต่ละหมู่บ้าน และบอกเล่าถึงระบบนิเวศลักษณะพื้นที่ที่มีมากถึง 10 ประเภทอาทิ โคก โนน มาบและยังมีข้อมูลของพันธุ์พืชที่มากกว่า 54 ชนิด อาทิ มันป่า ดอกกระเจียว ผักบุ้ง
อีกทั้งในงานวิจัยยังระบุถึงพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ ของพื้นที่ ต.หนองบัวตะเกียดที่มากกว่า 12 ชนิด อาทิ ปลาขาว ปลาซิว นอกจากนี้ยังชนิดของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 7 ชนิดที่พบแพร่หลายในพื้นที่ทั้งกบ เขียด อึ่ง และสัตว์เล็ก ๆ อย่างแมลงซึ่งระบบนิเวศของชุมชนก็ถูกบรรจุในวิจัยไทบ้านฉบับนี้ด้วย ในการวิจัยยังมีข้อมูลของวิถีชีวิตการทำนาทำไร่ การหาอยู่หากิน การเลี้ยงวัว เลี้ยงควาย วิจัยไทบ้านของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดยังมีการบันทึกข้อมูลเรื่องจิตวิญญาณของชุมชนด้วย อาทิ หลุมฝังศพของบรรพบุรุษที่ถูกทำลายและฝังกลบด้วยเกลือ
ทั้งนี้กลุ่มคณาจารย์เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์กรณีเหมืองแร่โปแตชด่านขุนทด ระบุว่า ในนามของกลุ่มคณาจารย์เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผู้ตระหนักถึงความทุกข์ร้อนของประชาชนและร่วมยืนอยู่เคียงข้างผู้คนที่ถูกลิดรอนสิทธิ และวิถีชีวิตจากการพัฒนาโดยทุนขนาดใหญ่ เราขอประณามอย่างถึงที่สุดต่อบทบาทของกลุ่มทุน และรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย ที่สนับสนุนแนวทางการขุดสกัดทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการค้า โดยเฉพาะการทำเหมืองแร่โปแตชในพื้นที่อำเภอด่านขุนทด จ.นครราชสีมา โครงการดังกล่าวไม่เพียงเป็นเครื่องมือในการกลืนกินดิน น้ำระบบนิเวศ และวิญญาณของผู้คน หากยังเป็นภาพสะท้อนของ “การสกัดทรัพยากร” ที่ละเลยสิทธิของประชาชนท้องถิ่น ปิดกั้นเสียงคัดค้าน และทำลายโครงสร้างความมั่นคงพื้นฐานทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ สังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจของชาวบ้าน

แถลงการณ์ ระบุอีกว่า ประชาชนผู้เป็นเจ้าของทรัพยากรตามสิทธิอันชอบธรรมกลับต้องตกอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงนานัปการจากดินที่เคยปลูกข้าวกลายเป็นพื้นที่ดินเค็ม จากแหล่งน้ำที่เคยหล่อเลี้ยงชีวิตกลายเป็นแอ่งน้ำเค็มอันเป็นอันตราย จากป่าช้า หนองน้ำ ป่าไม้ที่เคยหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของบรรพชน ถูกทำลายไปพร้อมกับการเกิดขึ้นเหมืองแร่โปแตชด่านขุนทด หลายคนต้องจำใจขายที่ดินที่ปนเปื้อนด้วยเกลือเพื่อเอาชีวิตรอด หลายครอบครัวยืนมองท้องนาอันเป็นมรดกของพ่อแม่ ที่ไม่อาจหว่านไถได้อีกต่อไป เสียงสะอื้นของคนเฒ่าคนแก่ดังก้องไปกับภาพหนองน้ำที่เต็มไปด้วยความเค็ม ป่าไม้หายไป วิญญาณผู้ล่วงลับไม่อาจพักสงบ เมื่อเมรุเผาศพอาจพังทลายจากความเค็มที่ระบาดจากเกลือจำนวนมหาศาล วัว ควาย เป็ด ปลา สัตว์น้ำและพืชน้ำ ล้มตายเพราะความเค็มในหนองน้ำ และแหล่งน้ำธรรมชาติมีค่าเกลือเพิ่มขึ้นจนเกินกว่าสิ่งมีชีวิตดำรงอยู่ในธรรมชาติเดิมได้ เรื่องราวเหล่านี้ถูกทำให้เงียบหาย แม้ชาวบ้านจะออกมาเรียกร้องต่อรัฐราชการให้ออกมาปกป้องประชาชน แต่กลับได้รับการเพิกเฉย ทิ้งให้ชาวบ้านต้องอยู่ความทุกข์ทน
“พวกเราในฐานะนักวิชาการผู้มีหัวใจอยู่กับความเป็นธรรมทางสังคมและผู้คน ขอเป็นส่วนหนึ่งของเสียง ที่ร่วมปกป้องวิถีชีวิตและธรรมชาติ จากการขุดเจาะ และสกัดทรัพยากรอย่างไร้ความรับผิดชอบ พวกเราขอยืนยันว่า ทรัพยากรไม่ใช่สินค้า แผ่นดินไม่ใช่พื้นที่ลงทุน และประชาชนไม่ใช่เพียงเงาใต้แผนที่เศรษฐกิจ พวกเราขอเรียกร้องให้รัฐบาลเพื่อไทยและหน่วยงานราชการมีสำนึกแห่งการปกป้องประชาชนในวิถีทางที่ถูกต้องและควรจะเป็น โดยเลิกยืนเคียงข้างกลุ่มทุน และกลับมายืนเคียงประชาชน ยุติการสนับสนุนโครงการเหมืองแร่โปแตชในด่านขุนทดโดยทันที พร้อมทั้งฟื้นฟู เยียวยา และแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนในพื้นที่อย่างเร่งด่วน”แถลงการณ์ระบุ



