เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 23 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองขณะนี้ เป็นห่วงเรื่องนิติสงครามต่อนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ว่า ไม่ห่วง เพราะดูจากคดีที่มายื่น ไม่มีเหตุผลและหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินการได้ และประเด็นต่างๆ ที่ยื่นมา ตนมองว่า หลายประเด็นยื่นมาโดยที่ยังไม่เห็นรายละเอียดเลย บางประเด็นก็ไม่ใช่ความผิดโดยตรงของนายกฯ ดังนั้น คิดว่าเราไม่ได้กังวลและเป็นห่วงอะไร คิดแต่เพียงว่า เวลาที่เหลือต้องเร่งทำงาน วันนี้นายกฯ ต้องการความเป็นเอกภาพของคนไทยทั้งหมด หากเราสามารถร่วมมือกันได้ก็จะเป็นเรื่องดี เป็นเหตุผลที่พรรคร่วมรัฐบาลทำงานร่วมกัน
นายภูมิธรรม กล่าวว่า ส่วนทางกองทัพ ตนในฐานะ รมว.กลาโหม ยืนยันว่า ไม่มีปัญหาอะไร ทั้งในส่วนโฆษกกระทรวงกลาโหมและ 4 เหล่าทัพ ทุกฝ่ายเป็นเอกภาพ มีการหารือกันตลอด วันนี้ภาพที่ออกมาเหมือนกับว่ากองทัพทำ แต่รัฐบาลไม่ทำ แต่อยากบอกว่าเราคุยกันมาตลอด ซึ่งเราได้มอบอำนาจการจัดการบริเวณชายแดนให้กับผู้บัญชาการทหารบก และกองทัพทุกภาค ไม่ใช่เฉพาะกองทัพภาคที่ 2 แต่เนื่องจากกองทัพภาคที่ 2 เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องที่สุด ซึ่งทุกฝ่ายต้องประสานงานกัน และตนเชื่อว่า ปัญหาชายแดนจะดีขึ้น
เมื่อถามถึง กรณีที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยื่นถอดถอนนายกฯ ต่อศาลรัฐธรรมนูญ และขอให้ศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ หากศาลรับและมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จะเหมือนกับกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เป็นคนละเรื่องกัน และเป็นธรรมดาที่ สว. ต้องแก้เกี้ยว เขาก็ต้องหาทางปกป้องตัวเอง ซึ่งเป็นสิทธิ นายกฯ ไม่มีปัญหาอะไร ก็ให้เขาฟ้องกันไป ทั้งนี้ ตนไม่อยากให้ใช้คำว่านิติสงคราม เพราะเป็นเรื่องที่ท่านใช้บทบาทของในการฟ้องร้องตามกระบวนการ ซึ่งผู้รักษากระบวนการยุติธรรมต้องพิจารณาและตัดสิน เราก็รับทราบและชี้แจงสิ่งต่างๆ เหมือนตนที่เคยถูกฟ้องให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตนก็ทำหนังสือชี้แจงไป ก็ไม่มีอะไร ยังทำงานตามหน้าที่ต่อไปได้
เมื่อถามว่า มั่นใจว่าเสถียรภาพของรัฐบาลยังมั่นคง แม้บางพรรคจะกระโดดลงจากเรือไปแล้วใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าววว่า มั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ว่ารัฐบาลจะเดินหน้าอย่างแข็งแรง หลังจากปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในสัปดาห์นี้ ทุกคนจะได้เห็นการทำงานในมิติใหม่ที่ต่างจากเดิม
เมื่อถามว่า การเดินหน้าของรัฐบาลครั้งนี้ เป็นห่วงการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 28 มิ.ย. นี้ หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ม็อบเข้ามาก็ต้องมีเหตุผล เพราะวันนี้ประเทศกำลังเดินไปข้างหน้า สิ่งที่กัมพูชาต้องการมากที่สุด คือความอ่อนแอภายในประเทศ ซึ่งวันนี้ไม่มีเหตุผลที่จะมาชุมนุม การอยากแสดงความคิดเห็น หรือมีทัศนคติต่อรัฐบาลและนายกฯ ก็มีสิทธิทำได้ แต่อย่าหวังจะทำอะไรให้มากเกินเลยไป เพราะประเทศมาถึงวันนี้ บอบชํ้ามามากแล้ว สถานการณ์ขณะนี้มีการรบกันระหว่างประเทศ มีการจะปิดอ่าวนํ้ามัน จะไม่ให้เดินทาง ซึ่งประเด็นเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อประเทศรุนแรงอยู่แล้ว ดังนั้น ม็อบก็ไม่ควรเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะมาซํ้าเติม
“แม้ตนจะได้ยินมาว่า มีจังหวัดชายแดนแถวศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ จะนำคนเข้ามาเติม ตนคิดว่าไม่ควรทำ หากอยากแสดงความเห็น ไม่ต้องเข้ามาก็ได้ สามารถแสดงความคิดเห็นที่จังหวัดได้เลย” นายภูมิธรรม กล่าว



