เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ดร.บัณฑิต พัดเย็น นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ป.ท.) เปิดเผยว่า ส.บ.ป.ท. อยากฝากถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ ให้ดูแลการบริหารงานของโรงเรียนประถมศึกษา โดยเฉพาะอยากให้มีการแยกกลุ่มงานประถมศึกษาออกเป็นกรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน เนื่องจากโรงเรียนระดับประถมศึกษามีหลายหมื่นโรง มีการบริหารจัดการงานที่แตกต่างกันกับระดับมัธยมศึกษา ในขณะที่มัธยมศึกษายังมีสำนักบริหารงานมัธยมศึกษาอยู่ภายใต้สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งการแยกงานประถมศึกษาออกมาจะทำให้การบริหารงานประถมศึกษามีประสิทธิภาพและดูแลจัดการได้อย่างทั่วถึง ส่วนการปรับหลักสูตรปฐมวัยประถมศึกษาตอนต้นนั้น ตนมองว่ายังมีการประชาสัมพันธ์ในการสร้างการรับรู้ให้แก่ครูและโรงเรียนน้อยเกินไป โดยการปรับหลักสูตรเป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้ทันตามยุคสมัย แต่การปรับหลักสูตรอยากให้พยายามดึงส่วนดีของหลักสูตรเดิมมาไว้ด้วย ซึ่งไม่ควรปรับหลักสูตรใหม่ทั้งหมด ทั้งนี้ ส.บ.ป.ท. อยากให้รัฐมนตรีคนใหม่ดูเรื่องการลดภาระงานครูด้วย เนื่องจากโรงเรียนประถมศึกษาส่วนใหญ่ที่เป็นโรงเรียนขนาดเล็กมีปัญหาเรื่องครูไม่ครบชั้น อยากให้รัฐมนตรีคนใหม่จัดเจ้าหน้าที่เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงินและธุรการมาทำหน้าที่โดยตรง เพื่อที่ครูจะได้ไปทำหน้าที่สอนเด็กแบบเต็มเวลา ซึ่งตนทราบว่าที่ผ่านมาศธ.เคยมีแนวคิดให้โรงเรียนขนาดใหญ่ช่วยโรงเรียนขนาดเล็กในการทำเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างก็น่จะนำแนวคิดนี้มาปรับใช้ให้เกิดขึ้นจริงได้
“ส.บ.ป.ท.อยากฝากไปถึงรัฐบาลว่านโยบายการศึกษาที่ประกาศออกมาอยากให้มีความยั่งยืน เพราะไม่ว่าจะเปลี่ยนรัฐมนตรีศึกษากี่คนก็อยากให้ยึดนโยบายการศึกษาเดิมเอาไว้ เพราะไม่ใช่มีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีแต่ละครั้งนโยบายก็จะต้องเปลี่ยนตาม ดังนั้นนโยบายเรื่องใดที่ดีอยู่แล้วก็อยากให้สานต่อ หรือในอนาคตหากเป็นไปได้อยากให้วางกฎไว้เลยว่า นโยบายการศึกษาแต่ละเรื่องจะถูกล็อกไว้ให้ดำเนินการครบ 5 ปีถึงจะปรับเปลี่ยนใหม่ได้ เพราะไม่เช่นนั้นผู้ปฏิบัติในการทำงานก็ต้องเปลี่ยนตาม ส่งผลให้การศึกษาหยุดพัฒนาและขาดความต่อเนื่อง” ดร.บัณฑิต กล่าว



