เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายอลงกต วรกี สว. ให้สัมภาษณ์ถึงหน้าตา ครม. ชุดใหม่ ว่า สิ่งที่ทาง สว. ไม่ได้ใส่ใจหรือสงสัยกับหน้าตาว่าจะหล่อไม่หล่อ สวยไม่สวย ดีหรือไม่ดี แต่สิ่งที่เราต้องใส่ใจคือการปล่อยคลิปเสียงนั้น ปล่อยมาเพื่ออะไร ซึ่งผลที่เกิดขึ้นจากการปล่อยคลิปคือรัฐมนตรีลาออก เริ่มเกิดความไม่มีเสถียรภาพในระบบการเมืองไทยแล้ว นี่คือสิ่งที่พญาละแวก 2 ต้องการใช่หรือไม่ อีกทั้งเริ่มมีการออกมาข่มขู่แล้วว่าหากใครเห็นต่างจะมีการสั่งเก็บ

“ครม. จะมีหน้าตาแบบไหนก็แล้วแต่ สว. คงไม่ได้สนใจภาพรวมตรงนั้น เพราะถือว่าเป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ แต่สิ่งที่เรามีข้อสังเกตคือนี่คือระเบิดที่เกิดขึ้นจากการปล่อยคลิประหว่างที่มีการเปลี่ยน ครม.” นายอลงกต กล่าว

นายอลงกต กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าเราควรตัดความสัมพันธ์กับกัมพูชา ซึ่งนี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของตน และควรที่จะมีการปิดด่านถาวร ซึ่งเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตนได้สอบถามกับทางกระทรวงการคลัง ว่าระหว่างการส่งสินค้าไปที่ประเทศกัมพูชา กับสินค้าที่ประเทศกัมพูชาส่งกลับมายังประเทศไทยนั้นอะไรมากกว่า ซึ่งได้คำตอบว่าเราส่งไปมากกว่า โดยสิ่งที่เราส่งไปคือน้ำมันกับเครื่องอุปโภคบริโภค แต่สิ่งที่เขาส่งมาคือพวกมันสำปะหลัง มูลค่าอยู่ที่ประมาณ 5 ร้อยล้านบาท แต่มูลค่าที่เราส่งไปอยู่ที่ 6 หมื่นล้านบาท ถามว่าเราอยู่ได้หรือไม่ ขอยืนยันว่าเราอยู่ได้ และเราสามารถหาลูกค้าคนอื่นได้

“ทั้งนี้ การปิดด่านสามารถแก้ปัญหาได้หลายอย่าง รวมถึงเป็นการกดดันว่าเรามีศักดิ์ศรี มีเอกราชของเรา ทำไมเราต้องยอม แต่หากทางพญาละแวก 2 ยังมีปฏิกิริยาเช่นนี้และยังดึงดันอยู่ ผมก็เห็นว่าให้ตัดสัมพันธ์ทางการทูตได้เลย ถ้าเราปิดด่าน เราอยู่ได้ แต่จะเป็นปัญหาของทางกัมพูชา เพื่อความเป็นเอกราช ความเป็นอธิปไตยสำคัญกว่าอย่างอื่น ฉะนั้นการปรับ ครม. ไม่ใช่สาระสำคัญที่ สว. จะไปเกี่ยวข้องหรือมีข้อกังวล เพราะเขาเป็นฝ่ายบริหาร เราให้เกียรติกับฝ่ายบริหาร” นายอลงกต กล่าว

เมื่อถามว่า หน้าตาของ ครม. ชุดใหม่ จะสามารถไปแก้ไขปัญหาปัญหาชายแดนได้หรือไม่ นายอลงกต กล่าวว่า จะแก้ปัญหาได้หรือไม่ได้ อยู่ที่ผู้นำจะสั่ง ตัวรัฐมนตรีเป็นรอง ส่วนตัวละครสำคัญที่จะแก้ปัญหาในขณะนี้คือแม่ทัพภาคที่ 2 รวมถึงการจัดการในพื้นที่ตะเข็บชายแดนคือกระทรวงมหาดไทย ซึ่งต้องรอดูบทบาทของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนต่อไปว่าจะสามารถรับลูก หรือดำเนินการคู่ขนานกับแม่ทัพภาคที่ 2 ได้หรือไม่

นายอลงกต กล่าวด้วยว่า ส่วนกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งไม่ได้มีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี ฉะนั้น นโยบายต่างประเทศก็เป็นสิ่งที่เราต้องกังวลใช่หรือไม่ ขณะที่รัฐมนตรีคนอื่นก็ไม่ใช่สาระสำคัญแล้ว ย้ำว่าเป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร

เมื่อถามต่อว่า การรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรี ต่อคลิปเสียงสนทนาที่หลุดออกมา ซึ่งไม่ได้มีการลาออก แต่ยังเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลต่อ จะส่งผลให้กระแสสังคมที่เกิดความไม่พอใจ เช่น กลุ่มรวมพลังแผ่นดินที่มีการนัดชุมนุมวันที่ 28 มิ.ย. นี้ หรือไม่ นายอลงกต กล่าวว่า เป็นเรื่องของสังคม แต่ในส่วนของ สว. เราได้มีการลงชื่อถอดถอนนายกรัฐมนตรีแล้ว อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการวินิจฉัยออกมาอย่างไร.