สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ว่าหลังคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล (ดีพีซี) ของไอร์แลนด์ สั่งปรับติ๊กต็อกเป็นเงิน 530 ล้านยูโร (ราว 20,138 ล้านบาท) เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา กรณีส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปยังจีน ขณะที่ยักษ์ใหญ่ด้านโซเชียลมีเดียของจีนยืนยันว่า ข้อมูลนี้สามารถเข้าถึงได้จากระยะไกลเท่านั้น
เมื่อวันพฤหัสบดี (10 ก.ค.) ดีพีซีระบุในแถลงการณ์ว่า ได้รับแจ้งจากติ๊กต็อก เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ว่าข้อมูลผู้ใช้อีอีเอบางส่วน “ถูกจัดเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ที่จีน” จากนั้นจึงถูกลบออก ซึ่งขัดแย้งกับหลักฐานที่บริษัทเคยชี้แจงไว้ก่อนหน้านี้ หน่วยงานได้แสดงความกังวลถึงการสอบสวนเมื่อก่อนหน้านี้ ว่า “ติ๊กต็อกได้มอบข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง”
There are growing concerns over TikTok's ties to Beijing and the potential use of user data for espionage or propaganda. https://t.co/TWPsvGdZUk
— The Brussels Times (@BrusselsTimes) July 10, 2025
ทั้งนี้ ติ๊กต็อกวางแผนที่จะอุทธรณ์ค่าปรับ โดยยืนยันว่า ไม่เคยได้รับคำขอใด ๆ จากทางการให้เปิดเผยข้อมูลผู้ใช้ในยุโรป
บริษัทอ้างว่า ข้อมูลของชาวยุโรปจะถูกจัดเก็บไว้ตามค่าเริ่มต้นในนอร์เวย์ ไอร์แลนด์ และสหรัฐ โดยพนักงานในจีน “ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกจำกัด” อาทิ เบอร์โทรศัพท์ หรือที่อยู่ไอพี
When asked to comment on reports that an Irish regulator helping oversee EU data privacy has launched an investigation into TikTok over the alleged "transfer of European users' personal data to servers in China," Chinese Foreign Ministry spokesperson Mao Ning said on Friday that… pic.twitter.com/dP03Dl4yue
— Global Times (@globaltimesnews) July 11, 2025
ด้านนางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว ว่า บริษัทต่าง ๆ เก็บรวบรวม และจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้อย่างผิดกฎหมาย เธอเน้นว่า รัฐบาลปักกิ่งให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกป้องความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยของข้อมูลตามกฎหมาย
นอกจากนั้น เหมายังย้ำว่า รัฐบาลไม่เคยและจะไม่บังคับให้บริษัท หรือบุคคลใดก็ตามเก็บรวบรวม หรือจัดเก็บข้อมูลอย่างผิดกฎหมาย พร้อมเสริมว่า จีนหวังว่า ยุโรปจะเคารพระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรี และการแข่งขันที่เป็นธรรม รวมถึงมอบสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ยุติธรรม เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ ให้แก่บริษัทจากทุกประเทศ.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



