ปัจจุบันในประเทศที่ใส่ใจความยั่งยืน บังคับให้ผู้ผลิตสินค้าต่าง ๆ ต้องคิดให้ครบ ว่าเมื่อสินค้าของเขาหมดอายุ เลิกใช้แล้วจะไปไหน สามารถ Reuse หรือนำไป Recycle ได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าต้องทิ้งเป็นขยะ จะโดนภาษีมลพิษซ้ำเข้าไปอีก ดังนั้นเราถึงได้ยินคำใหม่ ๆ ที่ว่า “ชีวิตที่สอง หรือ Second Life” บ่อยครั้งขึ้น

       EU มีกฎระเบียบใหม่ ๆ เกี่ยวกับความยั่งยืนออกมาเรื่อย ๆ และการส่งเสริมวงจรชีวิต “Second Life” ของสินค้า กำลังอินเทรนด์ ผู้ผลิตทุกรายต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ดี สามารถแปลงร่างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้หลังหมดอายุการใช้งาน

      ที่สาธารณรัฐเช็ก มีบริษัทชื่อ mmcite+ ได้พัฒนาระบบแผงกันเสียง “Noba” ที่แปลงร่างมาจากยางรถยนต์หมดอายุมาเปลี่ยนเป็นกำแพงกันเสียง ทนแดดทนฝน ช่วยเสริมความปลอดภัยให้กับถนนไฮเวย์ และทางรถไฟ สามารถลดเสียงได้ถึง 30 เดซิเบล ที่ตุรกี มีบริษัทคล้ายกันชื่อ Hatko ก็ได้นำยางที่ใช้แล้วมาเป็นองค์ประกอบในการกันเสียงในอุโมงค์ สะพาน และทางรถไฟ ที่อเมริกาเหนือ มีบริษัทชื่อ Eco-Flex ร่วมพัฒนาผนังกันเสียงเกรดอุตสาหกรรมจากยางใช้แล้ว

ที่ไทยเองก็มีวิศวกรชาวบ้าน ในจังหวัดปราจีนบุรี นำยางรถบรรทุกที่ใช้แล้ว มาทำผนังเสริมกันแรงน้ำกัดเซาะตลิ่ง ไม่ให้ดินพังลงมา ตอนแรกทดลองทำโครงการเล็ก ๆ ตามโค้งน้ำที่มีปัญหา ได้ผลดีมีหน่วยงานราชการให้ไปทำต่ออีกหลายที่จนยางเก่าหมดปราจีนบุรี แถมยังขยายงานไปช่วยกำจัดยางใช้แล้วของจังหวัดอื่น ๆ อีกด้วย

      ตอนนี้ เราต้องคิดเรื่อง “Second Life” ของผลิตภัณฑ์ให้ดี ว่าจะแปลงร่างไปสร้างคุณค่าใหม่อย่างไร ในอนาคตอาจจะมีคนคิดเรื่อง “Third Life” เพิ่มมาอีก นี่คือยุค Circular Economy อย่างแท้จริง.