เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 47 ที่กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 6-16 ก.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการมรดกโลกได้มีมติในวาระ 7B.14 สถานภาพการอนุรักษ์กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ โดยรับทราบการดำเนินงานในการสานต่อความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทั้งในระดับชาติ ข้ามพรมแดน และระดับภูมิภาค และอนุสัญญาไซเตส ในการต่อต้านการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าอย่างผิดกฎหมายรวมไปถึงไม้พะยูง และสนับสนุนให้ดำเนินความพยายามในประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้คณะกรรมการมรดกโลกยินดีต่อรายงานการลักลอบตัดไม้พะยูงในช่วงปี 2557-2567 ซึ่งลดลงร้อยละ 94 ของจำนวนคดีที่ตรวจพบและลดลงร้อยละ 98 ของปริมาณไม้ที่ถูกยึด ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการเพื่อรับมือภัยคุกคามต่อแหล่งมรดกโลกดังกล่าว และร้องขอให้รัฐภาคีจัดสรรทรัพยากรให้เพียงพอและต่อเนื่องเพื่อการดูแลแหล่งมรดกโลกโดยรวม รวมไปถึงการคุ้มครองไม้พะยูง ให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติราชการกรมอุทยานฯ ระยะ 5 ปี 2566-2570
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการมรดกโลกได้ย้ำข้อห่วงกังวลต่อการที่ยังคงมีการพิจารณาลดขนาดของพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน การเพิ่มพื้นที่ป่าที่อยู่ติดกันใหม่ ที่อาจเกิดขึ้นนั้นไม่เพียงพอต่อการทดแทนพื้นที่ที่ถูกกันออกจากอุทยานฯ และขอเตือนให้รัฐภาคีตระหนักว่าการปรับเปลี่ยนแนวเขตดังกล่าว อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อขอบเขตของแหล่งมรดกโลก หรือคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล (OUV) ของพื้นที่ดังกล่าวตามที่ประเมินไว้ ณ เวลาขึ้นทะเบียน ตามแนวทางอนุวัตตามอนุสัญญา ซึ่งอาจทำให้มรดกโลกเผชิญกับภัยคุกคามร้ายแรง ทั้งนี้เป็นไปตามย่อหน้าที่ 180 (b) ของแนวทางอนุวัตตามอนุสัญญา และการจัดตั้งแนวเขตกันชนใดๆ จะต้องได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการมรดกโลก ตามย่อหน้าที่ 107 ของแนวทางอนุวัตตามอนุสัญญาเช่นกัน
นอกจากนั้นยังมีบันทึกเพิ่มเติม ถึงคำยืนยันของรัฐภาคีว่า โครงการก่อสร้างเขื่อนทั้งหมดที่เสนอไว้ภายในและบริเวณโดยรอบแหล่ง ยังคงถูกระงับไว้จนกว่าจะทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) แล้วเสร็จ และได้รับการทบทวนโดยสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN) และย้ำเตือนอีกครั้งถึงจุดยืนที่ได้แถลงไว้ก่อนหน้านี้ว่าการก่อสร้างเขื่อน อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ บริเวณแหล่งมรดกโลก ไม่สอดคล้องกับสถานะของแหล่งมรดกโลก และควรยกเลิกอย่างถาวร
คณะกรรมการมรดกโลก ยังห่วงกังวลเรื่องการศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการขยายทางหลวง 348 ซึ่งตัดผ่านเขตอุทยานฯ ตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ โดยมีเป้าหมายในการเสนอแผนการออกแบบโครงการภายในเดือน พ.ย. 2568 แม้ว่าจะมีการร้องขอในมติฯ ครั้งที่ 41 COM 7B.32 และคำมั่นจากรัฐภาคีว่าจะพิจารณาทางเลือกอื่น เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบในทางลบ จึงขอให้รัฐภาคี ดำเนินการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)ให้สอดคล้องกับแนวทางการประเมินผลกระทบในบริบทมรดกโลก และขอให้จัดส่งรายงาน EIA ดังกล่าวให้แก่ศูนย์มรดกโลกเพื่อการตรวจสอบโดย IUCN ต่อไป
ทั้งนี้คณะกรรมการมรดกโลกชื่นชมต่อข้อมูลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของประชากรเสือโคร่งในประเทศไทย และการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการแห่งชาติเพื่อการอนุรักษ์เสือโคร่งฉบับที่ 1 และสนับสนุนให้รัฐภาคี ดำเนินความพยายามอย่างต่อเนื่องตามแผนปฏิบัติการแห่งชาติเพื่อการอนุรักษ์เสือโคร่งฉบับที่ 2 โดยขอให้ประเทศไทยส่งรายงานสถานภาพการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกภายในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ เพื่อให้คณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาในการประชุมฯ ครั้งที่ 49 ต่อไป
ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวถึงการสร้างเขื่อนในพื้นที่ป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ว่า ปัจจุบันโครงการก่อสร้างเขื่อนทุกโครงการในพื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ อยู่ในขั้นตอนการขอเข้าศึกษาประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ในพื้นที่ ซึ่งยังไม่มีโครงการใดได้รับการอนุญาตให้ดำเนินการก่อสร้าง กรมอุทยานฯ ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลการบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ ได้มีการประชุมหารือระหว่างหน่วยงานทั้งในระดับนโยบาย และระดับเทคนิค ชี้แจงทำความเข้าใจถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากมีการก่อสร้างเขื่อนในพื้นที่มรดกโลก โดยขอให้พิจารณาทางเลือกอื่น ๆ ที่จะสามารถหลีกเลี่ยงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่มรดกโลก
นายอรรถพล กล่าวว่า ขณะเดียวกันตามมติของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ครั้งที่ 2/2564 ได้มอบหมายให้กรมชลประทาน กรมอุทยานฯ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณาการประเมิน SEA สำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำและแหล่งมรดกโลก รวมทั้งมอบหมายให้กรมชลประทาน พิจารณาศึกษามาตรการบรรเทาผลกระทบและจัดทำรายงานผลการติดตามผลกระทบหลังก่อสร้างเขื่อนห้วยโสมง และชะลอการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแผนการก่อสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำในพื้นที่แหล่งมรดกโลก และพื้นที่ใกล้เคียง จนกว่าการจัดทำ SEA จะแล้วเสร็จ และได้รับการตรวจสอบจากศูนย์มรดกโลก และ IUCN เพื่อไม่ให้กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ สุ่มเสี่ยงต่อการถูกขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกในภาวะอันตราย
นายอรรถพล กล่าวอีกว่า กรมอุทยานฯ จึงมีความจำเป็นต้องจัดทำ SEA แหล่งมรดกโลกกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และแผนการจัดการแหล่งมรดกโลกกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เพื่อประเมินศักยภาพและข้อจำกัดของแหล่งมรดกโลกต่อการพัฒนาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งเปรียบเทียบทางเลือกต่างๆ เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบคอบ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน เป็นไปตามมติคณะกรรมการมรดกโลก และคณะกรรมการระดับต่าง ๆ ภายใต้กลไกการบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกของไทย
อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยปีงบประมาณ 2568 กรมอุทยานฯ ได้รับจัดสรรงบประมาณจากแผนบูรณาการทรัพยากรน้ำเพื่อจัดทำการประเมิน SEA แหล่งมรดกโลกกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และแผนการจัดการแหล่งมรดกโลกกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ อยู่ระหว่างกระบวนการจัดจ้างที่ปรึกษา โดยมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับศูนย์มรดกโลก และ IUCN เพื่อขอรับคำแนะนำในการทำ SEA ให้สอดคล้องตามอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลก และแนวทางอนุวัตอนุสัญญาฯ และจะรายงานความคืบหน้าให้คณะกรรมการมรดกโลก ได้พิจารณาในสมัยการประชุม ครั้งที่ 49 พ.ศ.2570.



