“ช้างศึกหนุ่ม” ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เข้าแข่งขันฟุตบอลอายุไม่เกิน 23 ปี ชิงแชมป์อาเซียน 2025 ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยเข้ารอบรองชนะเลิศ พบ “เจ้าภาพ” อินโดนีเซีย วันที่ 25 ก.ค. 68 เวลา 20.00 น. ที่เกลอรา บุงการ์โน สเตเดี้ยม (เสนายัน) อีกคู่ในรอบตัดเชือก เวียดนาม พบ ฟิลิปปินส์ ส่วนรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 29 ก.ค. 68
เกม ทีมชาติไทย พบ อินโดนีเซีย วันที่ 25 ก.ค. 68 เวลา 20.00 น. ถ่ายทอดสดทาง Thairath TV, BG Sports, AIS Play และ True Visions Now

สำหรับทีมไทย ผลงานรอบแรก ฟอร์มไม่ค่อยถูกใจแฟนบอลนัก ชนะ ติมอร์เลสเต 4-0 และเสมอ เมียนมา แบบหืดขึ้นคอ 0-0 แม้ว่าจะผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม แต่ทีมของ “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ก็ถูกโซเชียลโจมตี
ผู้สื่อข่าวสอบถามความเห็น “โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ อดีตกองกลางทีมชาติไทย ซึ่งปัจจุบันเป็นเฮดโค้ชของ “ต่อพิฆาต” พีที ประจวบ เอฟซี ถึงการทำหน้าที่ของ โค้ชวัง ซึ่ง โค้ชสะสม กล่าวว่า ส่วนตัวยังมองโลกในแง่ดีว่าเกมกับ เมียนมา นั้น ทีมไทยเข้ารอบแล้ว โค้ชวังอาจจะใช้จังหวะนี้ในการทดสอบผู้เล่น หรือลองระบบ แต่อย่าเพิ่งไปโจมตีนักเตะมากนัก เข้าใจว่าผลขัดใจ แต่สุดท้ายเกมที่วัดฝีเท้าจริงๆ คือรอบรองฯ และรอบชิงชนะเลิศ ถ้าผลตรงนั้นออกมาไม่ดีค่อยว่ากัน อยากให้กำลังใจนักเตะ เพราะการเปลี่ยนโค้ชในช่วงเวลานี้ ต้องใช้เวลา ต้องให้ความเป็นธรรมกับ โค้ชวัง ด้วย เพิ่งทำได้ไม่กี่วัน จะให้พลิกฟอร์มจากหน้ามือเป็นหลังมือทันทีคงไม่ใช่ แต่ยังเชื่อว่าจะทำผลงานได้ดีในเกมที่เหลือ

โค้ชสะสม กล่าวด้วยว่า ส่วนซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ในช่วงเดือน ธ.ค. นี้นั้น ต้องยอมรับว่าช่วงเวลานี้คือรอยต่อที่สำคัญ ไม่อยากให้ใช้แค่ฟีฟ่าเดย์ในการเตรียมทีม เพราะซีเกมส์คือเครื่องหมายการค้าของอาเซียน จะต้องเตรียมทีม ถ้าเป็นไปได้อยากให้เรียกมาฝึกซ้อมร่วมกันบ่อยๆ เพราะถ้ารอแต่ฟีฟ่าเดย์จะอันตรายมากๆ ฟุตบอลรุ่นเด็กในระดับอาเซียนไม่กลัวกันอยู่แล้ว สามารถออกได้หลายหน้า ฉะนั้นสำคัญคือต้องมีเวลาให้โค้ชวังทำทีมด้วย

“ซีเกมส์ตามมาตรฐานทุกคน ต้องคิดว่าเราได้แชมป์อยู่แล้ว แต่ก็ต้องให้เกียรติคู่ต่อสู้ด้วย ในย่านนี้ใช้ทางลัด เอาตัวนักเตะโอนสัญชาติเพื่อให้ประสบความสำเร็จ เราก็ต้องหาวิธีสู้กับพวกเขา อย่างไรก็ตาม เราเป็นเจ้าบ้าน เรายอมไม่ได้อยู่แล้ว เสียงเชียร์จะทำให้เด็กชุดนี้แกร่งขึ้นและคว้าเหรียญทองได้” โค้ชสะสม กล่าว.



