เหตุการณ์อาจไม่มาถึงจุดนี้หากเสถียรภาพการเมืองภายในประเทศมีความมั่นคง ไม่เปิดช่องให้ฝ่ายกัมพูชาฉวยโอกาสจากความเปราะบางของการเมืองไทยปั่นสถานการณ์ซ้ำเติมวิกฤตจนเกิดการสู้รบขึ้น ในภาวะที่ประเทศไทยไร้ทั้ง “นายกรัฐมนตรี” ตัวจริงที่มีอำนาจเต็มและ “รมว.กลาโหม” ที่ควรจะเป็นผู้บัญชาการศึกร่วมกับเหล่าผู้นำกองทัพ
จากภาวะเริ่มต้นของสงครามตามแนวชายแดนที่เกิดขึ้น ซีกการเมืองทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลต่างเร่งระดมสรรพกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชน ที่ได้ซีนไปก่อนใครเพื่อนคือ ‘ซุ้มสีน้ำเงิน’ ซึ่งครูใหญ่ “เนวิน ชิดชอบ” ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดสนามฟุตบอลช้างอารีนา จ.บุรีรัมย์ ต้อนรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุปะทะใหญ่ครั้งนี้
ส่วน“หัวหน้าเท้ง”ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ทิ้งภารกิจในพื้นที่ จ.ลำพูนสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขนลูกพรรคลงพื้นที่ให้กำลังใจชาวบ้านในศูนย์อพยพที่ จ.สุรินทร์ เช่นกัน
ฟากนายใหญ่ “ทักษิณ ชินวัตร”อดีตนายกรัฐมนตรี สวมเสื้อเหลืองลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจประชาชนที่ จ.อุบลราชธานี ในวันเกิดครบรอบ 76 ปีเมื่อ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา งานนี้เจอทั้งดอกไม้และก้อนอิฐ มีทั้งคนที่ยินดีและไม่ปลื้มที่อดีตนายกฯ ไปปรากฏตัวในพื้นที่ หวิดป่วนเจอชาวบ้านตะโกนถามซึ่งๆ หน้าว่า “สั่งพวกเขมรยิงคนไทยได้อย่างไร” เพราะเชื่อมโยงกับอดีตความสัมพันธ์กับ “สมเด็จฮุน เซน” ประธานวุฒิสภากัมพูชา

โดยนายใหญ่ยังคงยืนยันเสียงแข็งว่าศึกไทย-กัมพูชารอบนี้ ไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งของตระกูลชินและฮุนที่ก่อสงคราม แต่เป็นฮุน เซน ที่บ้าอยู่คนเดียว “คิดไม่ถึงว่าอยู่ๆ เกิดเหตุการณ์นี้ได้ มันไม่ใช่เป็นเรื่องของความขัดแย้งส่วนตัว ไม่มีเลย ไม่ได้เกี่ยวเลย ตนไม่เคยมีความขัดแย้ง เขาเป็นคนที่เริ่มต้นด้วยความระแวง และสร้างกระแสชาตินิยมภายในประเทศให้มากขึ้น”
ด้าน “นายกฯ อิ๊งค์”แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกมาตอบโต้นักเคราะห์ทั้งในและต่างประเทศที่บอกว่าชนวนศึกชายแดนไทย-กัมพูชารอบนี้เกิดจาก 2 ตระกูล แต่เป็นเพราะรัฐบาลไทยรุกหนักปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมข้ามชาติฝั่งกัมพูชา มีการออกหมายจับคนใกล้ชิดจนสร้างความไม่พอใจให้ “อังเคิลฮุนเซน” ก่อนตามรอยบิดาลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจประชาชนที่ จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 27 ก.ค.
การลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยสงครามชายแดนไทย-กัมพูชาของ นายใหญ่ทักษิณและนายกฯอิ๊งค์ ถูกฝ่ายแค้นอย่าง “เทพไท เสนพงศ์” อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาค่อนขอดว่าเป็นการไถ่บาปหรือไปหาเสียง และเหมาะสมหรือไม่ที่ชาวคณะเพื่อไทยไปร้องเพลงเบิร์ดเดย์นายใหญ่ในค่ายอพยพ
สุดท้ายเวลานี้ชาติมหาอำนาจ โดยเฉพาะ “โดนัล ทรัมป์”ประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกา เข้ามาร่วมผสมโรงใช้ปมขัดแย้งไทย-กัมพูชาเป็นเงื่อนไขการเจรจาภาษีสหรัฐฯ ด้วย บอกว่าจะไม่เจรจากับทั้ง 2 ชาติหากไม่ยุติการสู้รบ
ดังนั้นสิ่งสำคัญในวันนี้คือรัฐบาลพรรคเพื่อไทยต้องเร่งปิดเกมยุติสงครามโดยเร็วที่สุด เหนือสิ่งอื่นใดคือเพื่อสันติสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้านตามแนวชายแดน หากไม่สามารถแก้ปัญหาได้จนส่งผลลุกลามต่อเศรษฐกิจปากท้องของคนทั้งประเทศ จะกลายเป็นจุดดับฝังกลบเส้นทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยในอนาคต.



