เมื่อวันที่ 28 ก.ค. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้รับแจ้งว่านายชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้ลงนามในประกาศเขตภัยพิบัติสงครามแล้ว ซึ่งเป็นการยกระดับเทียบเท่าน้ำท่วม-แผ่นดินไหว เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา มีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ชายแดน อ.บัวเชด สังขะ กาบเชิง และพนมดงรัก และอาจส่งผลกระทบต่อสถานที่สำคัญ อาทิ สถานบริการสาธารณสุข สถานีบริการน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ พื้นที่ชุมชน สำหรับการประกาศดังกล่าว เป็นการกำหนดให้เหตุการณ์ปะทะให้เป็นสาธารณภัย ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 และเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถใช้งบประมาณช่วยเหลือประชาชนที่จำเป็นต้องอพยพหรือได้รับผลกระทบได้อย่างทันที กรณีงบประมาณไม่เพียงพอ ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถอนุมัติให้ใช้เงินสะสมได้ตามความจำเป็น โดยคำนึงถึงฐานะการเงินการคลังขององค์กร
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า ขอให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ คอยรับการแจ้งเตือนจากจังหวัด และขอให้ปฏิบัติตามแนวทางที่วางไว้ คือไม่ควรอยู่ในพื้นที่รวมกลุ่มคนจำนวนมาก หลีกเลี่ยงพื้นที่ในรัศมี 120 กิโลเมตรจากชายแดนไทย-กัมพูชา โดยจุดที่ควรหลีกเลี่ยงชั่วคราว ได้แก่ ฐานที่ตั้งหน่วยทหาร โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และชุมชนหนาแน่น หากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง ขอให้ใช้เวลาสั้นที่สุดและรีบเดินทางกลับที่พัก โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในอำเภอใกล้ชายแดน นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต่อภัยจากความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือให้เต็ม และอย่าปิดเครื่อง เนื่องจากระบบเซลล์บอร์ดคาสต์ (Cell Boardcast Service) สแตนด์บาย 24 ชั่วโมง หากมีเหตุเกิดพื้นที่ไหน โทรศัพท์มือถือทุกคนจะมีเสียง และตัวหนังสือแจ้งเตือนทันที ส่วนการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน เนื่องจากสถานการณ์ตลอดแนวเขตชายแดนจังหวัดสุรินทร์ มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ขอให้พิจารณาถึงความปลอดภัยของตัวเองด้วย



