“โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ กุนซือใหญ่พีที ประจวบ เอฟซี แสดงความกังวลว่า ถ้าทีมชาติไทยไปไม่รอด ฟุตบอลลีกก็ย่อมลำบาก จึงอยากให้ประเมินการลงทะเบียนโควตานักเตะต่างชาติ ที่จะช่วยถึงนักเตะเยาวชนไทยหรือไม่
“ช้างศึก 23 ปี” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย คว้าที่ 3 ฟุตบอล 23 ปีชิงแชมป์อาเซียน 2025 ที่อินโดนีเซีย ชนิดที่มีเสียงวิจารณ์ถึงฟอร์มการเล่น และผลงานนักเตะส่วนใหญ่ ที่ส่วนหนึ่งไม่ใช่นักเตะหลักของสโมสร

ขณะเดียวกัน ฟุตบอลไทยลีกฤดูกาลใหม่ เปลี่ยนโควตานักเตะต่างชาติ ลงทะเบียนผู้เล่นต่างชาติได้สูงสุด 7 คน และลงสนามได้ 5 คน ส่วนนักเตะที่เป็นโควตาอาเซียน สามารถลงทะเบียนไม่จำกัด แต่ส่งลงสนามได้ 2 คน ทำให้ใน 1 แมตช์ จะมีผู้เล่นที่ไม่ใช่นักเตะไทยลงสนามได้ถึง 7 คน มีการมองว่า จะปิดโอกาสนักเตะดาวรุ่งไทยหรือไม่
ผู้สื่อข่าวสอบถามความเห็น “โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ อดีตกองกลางทีมชาติไทย ซึ่งปัจจุบันรับตำแหน่งกุนซือ พีที ประจวบ ซึ่ง โค้ชสะสม กล่าวว่า เมื่อกฎการลงทะเบียนออกมาแล้ว คงต้องยึดตามมติของสมาชิกไทยลีก ส่วนในระยะยาวจะส่งผลกระทบกับทีมชาติไทยหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องหาคำตอบร่วมกัน ต้องช่วยกันประเมินว่าในอนาคตการลงทะเบียนนักเตะต่างชาติแบบนี้ สะท้อนอะไรกลับไปยังนักเตะเยาวชนของทีมชาติไทยมากน้อยเพียงใด จะมีการปรับเปลี่ยนอะไรเพิ่มเติมหรือไม่

“ส่วนตัวผมเองไม่ได้บอกว่าคัดค้าน เพียงแต่อยากให้ดูความเหมาะสมของการสร้างนักฟุตบอลก่อน เพราะอย่าลืมว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่ฟุตบอลทีมชาติไปไม่รอด ฟุตบอลลีกย่อมเจอความลำบากเช่นกัน เพราะการจะหาสปอนเซอร์เข้ามาช่วยจะเป็นเรื่องยาก” โค้ชสะสม กล่าว พร้อมระบุว่า เข้าใจว่าโค้ชอยากลองแบบแผนที่ต่างจากเดิม แต้องมองโอกาสและเวทีของเด็กไทย ถ้ามีน้อยลงจะทำอย่างไรให้พัฒนาตัวเองได้
สำหรับทีมฟุตบอลไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เตรียมแข่งฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย 2026 รอบคัดเลือก กลุ่ม F ระหว่าง 3-9 ก.ย. ที่ ทรู บีจี สเตเดี้ยม ไทยอยู่ในกลุ่มเดียวกับมาเลเซีย เลบานอน และมองโกเลีย ต่อด้วยซีเกมส์ ในเดือน ธ.ค. นี้



