สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ว่า การซื้ออาวุธจากคลังแสงของสหรัฐ ถือเป็นการดำเนินการครั้งแรกภายใต้ “รายการความต้องการเร่งด่วนของยูเครน” (พียูอาร์แอล) ซึ่งเป็นกลไกที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และนายมาร์ค รึตเตอ เลขาธิการนาโต ริเริ่มเมื่อเดือนที่แล้ว

รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ ระบุว่าจะซื้ออาวุธมูลค่า 500 ล้านยูโร (ราว 18,742 ล้านบาท) และอีกสามประเทศจะร่วมกันบริจาคเงิน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16,184 ล้านบาท) โดยรัฐบาลของทั้งสี่ประเทศ ต่างเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการช่วยเหลือยูเครน ซึ่งเผชิญกับแรงกดดันทางทหารที่เพิ่มขึ้นจากรัสเซีย ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมเนเธอร์แลนด์ระบุเสริมว่า แพ็กเกจของเนเธอร์แลนด์ประกอบด้วยชิ้นส่วนขีปนาวุธแพทริออตของสหรัฐ และระบบอื่น ๆ สำหรับความต้องการในแนวหน้าการสู้รบของยูเครน ขณะที่รัฐบาลสวีเดนระบุในแถลงการณ์ว่า การสนับสนุนดังกล่าว จะครอบคลุมระบบป้องกันภัยทางอากาศ ระบบต่อต้านรถถัง กระสุน และอะไหล่

ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ ยกย่องการบริจาคครั้งนี้ว่าเป็น “โครงการริเริ่มที่แข็งแกร่งมาก” ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของยูเครนอย่างมีนัยสำคัญ ในการปกป้องชีวิตผู้คน

นอกจากนี้ รึตเตอยังกล่าวชื่นชมเนเธอร์แลนด์ จากการเป็นประเทศแรกที่ประกาศให้เงินทุนสนับสนุนโครงการใหม่นี้ และแสดงความยินดีกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย

“นับตั้งแต่ช่วงแรกเริ่ม ที่รัสเซียปฏิบัติการทางทหารในยูเครนอย่างเต็มรูปแบบ เดนมาร์ก นอร์เวย์ และสวีเดน ต่างให้การสนับสนุนยูเครนอย่างแน่วแน่ ซึ่งผมขอชื่นชมพันธมิตรเหล่านี้ สำหรับความพยายามอย่างรวดเร็วในการผลักดันโครงการริเริ่มเช่นนี้” รึตเตอ กล่าวทิ้งท้าย.

เครดิตภาพ : AFP