เมื่อวันที่ 6 ส.ค. นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงถึงโครงการปรับปรุงกายภาพห้องเรียนอนุบาลต้นแบบของสำนักการศึกษา กทม. ที่มีการของบประมาณปรับปรุงห้องเรียนในจำนวนห้องที่มากกว่าห้องเรียนที่มีอยู่ว่า ประเด็นกล่าวหาเรื่องการของบประมาณปรับปรุงห้องเรียนอนุบาลที่ยังไม่มีอยู่จริงนั้น จากนโยบายของ กทม. ทำให้รู้ว่ามีเด็กเล็กที่อยู่นอกระบบการศึกษาถึง 3 ใน 4 สิ่งที่ทำได้ในสัดส่วนของ กทม. มี 2 ส่วน คือ โรงเรียนสังกัด กทม. และศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน แต่ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนนั้นอยู่นอกเหนือการควบคุมของ กทม. เป็นการกระจายอำนาจให้แก่ชุมชน การนำงบประมาณไปลงก็เป็นเรื่องยาก

ส่วนโรงเรียนสังกัด กทม. อยู่ภายใต้งบประมาณที่ กทม. ดำเนินการได้ จึงเปิดห้องเรียนสำหรับเด็กอายุ 3 ปี คือขยายชั้นเรียนเพิ่ม จากเดิมระดับอนุบาล 1-2 เป็นระดับอนุบาล 1-3 รองรับเด็กอายุ 3-5 ปี ซึ่งเป็นการเอาเด็กเข้าสู่ระบบมากขึ้น

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวต่อไปว่า เหตุใดงบประมาณห้องเรียนปี 68 ไม่เท่าปี 69 นั้น ให้ย้อนไปดูเพราะงบประมาณปี 68 ก็ไม่เท่าปี 67 เพราะเราเปิดห้องเรียนเพิ่ม โดย กทม. มีแผนเปิดห้องเรียนอนุบาลเพิ่มทุกปี รวมถึงยังมีเด็กเล็กอยู่นอกระบบอีกจำนวนมาก ทั้งนี้ปี 67 เปิดเพิ่ม 191 โรงเรียน ปี 68 เพิ่มเป็น 312 และปี 69 ตั้งเป้าเปิดเพิ่มถึง 400 โรงเรียน เช่น โรงเรียนสามเสนนอก ปีนี้เพิ่มจาก 19 เป็น 21 ห้อง

“ห้องเรียนอนุบาลที่กล่าวหาว่าไม่มีอยู่จริงนั้น แท้จริงแล้วคือ เราเปิดห้องเรียนเพิ่ม ส่วนที่กล่าวว่าได้ลงพื้นที่สำรวจโรงเรียนแล้วไม่เห็นว่ามีห้องเลย เพราะห้องที่โรงเรียนทุกห้องถูกใช้งานเสมอ สำหรับความต้องการปรับปรุงห้องเรียนอนุบาลของโรงเรียนสามเสนนอก จำนวน 25 ห้อง แต่ในข้อมูลปัจจุบันมี 21 ห้อง ก็มาจากทางโรงเรียนที่บอกว่าสามารถบริหารจัดการได้ และขอยืนยันว่าเรามีห้องเรียนให้อย่างแน่นอน” รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าว

ทั้งนี้ สำหรับเรื่องห้องส่งเสริมการเรียนรู้ปฐมวัยและครุภัณฑ์บางประเภท ที่มีข้อสังเกตว่ามีจำนวนมากเกินความจำเป็น ถือว่าเป็นจุดอ่อนของเรื่องนี้ ตนพร้อมรับฟังและจะปรับลดให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม

“สิ่งที่เรายืนยันมาโดยตลอดคือ งบประมาณไม่ควรถูกตรวจสอบแค่ในสภา กทม. แต่ควรเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด ทั้งผ่านการอภิปรายในสภา การจัดกิจกรรมอย่าง Hack งบกรุงเทพฯ 69 หรือการเปิดข้อมูลผ่านเว็บไซต์ data.bangkok.go.th/dataset/69 ให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ เพราะเราเชื่อว่าไม่กี่สิบคนดู ไม่เท่ากับคนเป็นแสนเป็นล้านช่วยกันสอดส่องในช่วงสำคัญนี้ เพราะยังมีเวลาเสนอปรับแก้ก่อนปิดเล่มงบประมาณในเดือนกันยายน” รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าว