สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ว่าสำนักงานตำรวจกรุงบรัสเซลส์ออกแถลงการณ์ ว่าประชาชนประมาณ 35,000 คน เดินขบวนประท้วงในเมืองหลวงของเบลเยียม เมื่อวันอาทิตย์ เพื่อต่อต้านมาตรการควบคุมทางสังคมครั้งใหม่ของรัฐบาล ที่ต้องการควบคุมการแพร่ระบาดระลอกล่าสุดของโรคโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากอนามัยในสถานที่สาธารณะ สำหรับผู้มีอายุตั้งแต่ 10 ปี การตรวจหลักฐานการฉีดวัคซีน ที่เท่ากับเป็นการบังคับฉีดวัคซีนทางอ้อม และการทำงานจากที่บ้าน

ผู้ประท้วงจุดแฟลร์ ระหว่างร่วมการชุมนุม ในกรุงบรัสเซลส์
กลุ่มควันจากแก๊สน้ำตา ที่เจ้าหน้าที่ยิงเข้าใส่ฝูงชน เพื่อควบคุมสถานการณ์ประท้วง ในกรุงบรัสเซลส์


ทั้งนี้ ผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งขว้างปาสิ่งของ ขว้างปาไข่ จุดพลุ และสาดสีใส่เจ้าหน้าที่ ตลอดจนจุดไฝเผาทำลายทรัพย์สมบัติสาธารณะ ตำรวจจึงตอบโต้ด้วยการยิงแก๊สน้ำตา และฉีดน้ำแรงกันสูงเพื่อควบคุมสถานการณ์ เบื้องต้น มีการจับกุมผู้ประท้วงมากกว่า 40 คน ขณะที่ตำรวจ 3 นาย และผู้ประท้วงอีกอย่างน้อย 1 คน ได้รับบาดเจ็บ

รถฉีดน้ำแรงดันสูงของเจ้าหน้าที่ ฉีดน้ำตรงใส่ผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่ง ในกรุงบรัสเซลส์


สถานการณ์ประท้วงต่อต้านมาตรการควบคุมทางสังคมในเบลเยียม เกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังเมืองใหญ่หลายแห่งในทวีปยุโรปเผชิญกับการประท้วง ที่บานปลายเป็นการปะทะอย่างดุเดือด ระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ประท้วง ไม่ว่าจะเป็นที่เนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย อิตาลี และโครเอเชีย.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, AP