เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา เป็นประธานการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วาระ 2-3 เป็นวันแรก ซึ่งที่ประชุมอยู่ระหว่างการพิจารณามาตรา 4 ว่าด้วยภาพรวมของงบประมาณ
โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภา อภิปรายว่าการปรับลดลงประมาณของ กมธ. 8,920 ล้านบาท หรือเท่ากับ 0.24% แต่กลับพบการจัดสรรให้กับหน่วยงานที่ไม่ตรงจุดและตอบโจทย์การรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจและสงคราม ทั้งสงครามชายแดนและสงครามการเมือง ทั้งนี้ ตนไม่โทษ กมธ. แต่ขอโทษรัฐบาลที่หูหนวก ไม่ยอมฟังเสียงสภา ตาบอดโดยไม่พิจารณางบประมาณที่มีความจำเป็นกับประชาชนและภาวะของประเทศ ทั้งนี้ตนมองว่าเหตุที่รัฐบาลเป็นเช่นนั้น เพราะขาดเข็มทิศ
นายณัฐพงษ์ อภิปรายต่อว่า เศรษฐกิจที่ต้องการคือเม็ดเงินลงทุนที่สร้างการเติบโตให้ประเทศและสร้างประโยชน์กับประชาชน ไม่ใช่กระจุกตัวกับผู้รับสัมปทานบางกลุ่ม หากรัฐบาลเตรียมร่าง พ.ร.บ.งบฯ 69 ดีเพียงพอ จะทำให้นักลงทุนและคนไทยเห็นถึงเป้าหมายว่าจะเดินไปทางไหน สิ่งที่อยากเห็นในงบลงทุน เช่น นำไปปลูกป่าเศรษฐกิจ ลดคาร์บอน ต่อยอดอุตสาหกรรมแห่งอนาคต สร้างไบโอแมทีเรียล ถือธงนำให้เอกชนพัฒนาเมือง ปลูกโซลาร์บนหลังคาประชาชน เปลี่ยนโครงสร้างพลังงานเป็นพลังงานสะอาด และให้รัฐบาลร่วมลงทุน ทำให้ประชาชนลดค่าไฟด้วย นอกจากนั้นคือ การลงทุนปลูกข้าวยั่งยืน ข้าวรักษ์โลก เปลี่ยนกระบวนการปลูกข้าวที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
“ร่าง พ.ร.บ.งบฯ 69 เป็นงบที่คิดไม่รอบ คิดไม่ลึก ผมจึงขอสงวนปรับลดกรอบวงเงินในภาพรวม ให้มีพื้นที่การคลังเพียงพอต่อการสร้างอนาคตให้ประเทศ” นายณัฐพงษ์ อภิปราย.



