เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรยางานว่า กลางดึกคืนที่ผ่านมา พบเฟซบุ๊กของชาวกัมพูชาจำนวนมาก โพสต์ภาพครอบครัวกำลังเร่งพากันเก็บของอพยพอย่างอลหม่าน ในพื้นที่ชุมชนโอร์เสม็ด อ.สำโรง จ.อุดรมีชัย ตรงข้ามจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ หลังมีการปล่อยข่าวลือว่าทหารไทยจะโจมตีทหารกัมพูชาเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งทางกองทัพก็ได้ยืนยันแล้วว่าเป็นข้อมูลเท็จ เป็นการปล่อยข่าวปลอมจากฝั่งกัมพูชา ที่อ้างว่า กองทัพไทยเตรียมเปิดการโจมตีต่อกัมพูชาอีกครั้ง อาจเกิดขึ้นในคืนวันที่ 13 และเช้าวันที่ 14 สิงหาคม โดยอ้างว่า ฝ่ายไทยมีคำสั่งปิดโรงเรียน อพยพประชาชนในพื้นที่บ้านด่าน ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ และเตรียมโจมตีกัมพูชานั้น

“กองทัพบก” ตรวจสอบแล้วยืนยันว่า ไม่มีการสั่งอพยพหรือปิดโรงเรียนในพื้นที่บ้านด่าน โรงเรียนบ้านด่านยังเปิดตามปกติ ส่วนโรงเรียนบางแห่งใน ต.ด่าน เพียงเลื่อนการเปิดเรียน On-site ออกไปจนกว่าจะเตรียมการสอนได้ตามปกติ ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ กองทัพบกยืนยันปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงและที่ประชุม GBC อย่างเคร่งครัด และขอให้ประชาชนรับข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อป้องกันการหลงเชื่อข่าวปลอมที่บิดเบือนข้อเท็จจริง

ส่วนบรรยากาศที่บริเวณตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เป็นไปอย่างเงียบเหงา พบร้านค้าเปิดไม่กี่ร้าน หลังจากก่อนหน้านี้ 2-3 วัน พบบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่อพยพกลับมา พากันมาขายกับข้าวรถ จยย.พ่วงข้างริมทางกันมากขึ้น แต่เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 12 ส.ค. กลับมีการลือสะพัดอีกว่าทหารกัมพูชาจะโจมตีทหารไทย โดยในคืนนั้น เป็นวันที่ทหารไทยเหยียบกับระเบิดที่ปราสาทตาเมือนธม ประชาชนในพื้นที่ชายแดนช่องจอมบางส่วน จึงพากันอพยพเข้าไปในพื้นที่ปลอดภัย และอาศัยวัดต่างๆ อยู่ เนื่องจากไม่มั่นใจในสถานการณ์.



