สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดีย ปราศรัยที่ป้อมแดง ใจกลางกรุงนิวเดลี เนื่องในวันประกาศเอกราชจากสหราชอาณาจักร ซึ่งตรงกับวันที่ 15 ส.ค. ของทุกปี และปีนี้ครบรอบปีที่ 78 มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า “การพึ่งพาตนเองคือพื้นฐานของการพัฒนาอินเดีย” และ “เสรีภาพไม่มีความหมาย ตราบใดที่เรายังคงพึ่งพาคนอื่นมากเกินไป”
โมดีกล่าวด้วยว่า แม้ตอนนี้อินเดียยังคงต้องพึ่งพิงหลายประเทศในด้านพลังงาน เนื่องจากยังไม่สามารถผลิตได้เองอย่างเพียงพอ จากการเป็นประเทศซึ่งมีประชากรมากที่สุดในโลก และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของโลก แต่เพื่อความเป็นอิสระให้ได้อย่างแท้จริง อินเดียต้องบรรลุเป้าหมายการยืนหยัดด้วยตัวเองในด้านพลังงาน
Operation Sindoor has shown why being self-reliant in the world of defence and security matters. Likewise, we need to be self-reliant in areas like technology, space and energy. Through our Nuclear Energy Mission, we aim to increase nuclear energy capacities and involve private… pic.twitter.com/bIQRmg2rO4
— Narendra Modi (@narendramodi) August 15, 2025
ขณะเดียวกัน ผู้นำอินเดียเรียกร้องให้นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรในท้องถิ่น มุ่งเน้นการพัฒนาภาคส่วนและเทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่ เครื่องยนต์เครื่องบินรบ ชิปเซมิคอนดักเตอร์ และระบบยุทโธปกรณ์ทางทหาร พร้อมทั้งให้คำมั่นว่า อินเดียจะมีชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่ผลิตเองวางจำหน่ายในประเทศ “ภายในสิ้นปีนี้”
นอกจากนั้น โมดีกล่าวถึงโครงการสร้างสถานีอวกาศแห่งชาติ และการมี “โล่ป้องกัน” ภายในทศวรรษหน้า แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
ถ้อยแถลงดังกล่าวของผู้นำอินเดีย เกิดขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์ทางการค้าที่ตึงเครียดกับสหรัฐ ซึ่งขึ้นภาษีอินเดียอีก 25% จากการยังคงนำเข้าน้ำมันรัสเซีย และจะเพิ่มเป็น 50% ในวันที่ 27 ส.ค. นี้ เพราะรัฐบาลนิวเดลียังไม่ยอมผ่อนปรน ซึ่งโมดีไม่ได้พาดพิงถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แต่กล่าวว่า รัฐบาลจะ “ยืนหยัดให้มั่นคงดั่งกำแพง” เพื่อต่อต้านนโยบายใดก็ตาม ที่จะเป็นการทำลายผลประโยชน์ของเกษตรกร.
เครดิตภาพ : AFP



