สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ ผู้นำเยอรมนี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำยุโรปที่เดินทางไปร่วมการประชุมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กล่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุม ว่ายูเครนไม่ควรต้องอยู่ในสถานะ “เผชิญกับแรงกดดัน” ให้ต้องยอมเสียภูมิภาคดอนบาส หรือภาคตะวันออกของประเทศ ให้แก่รัสเซีย
ขณะเดียวกัน ผู้นำเยอรมนียืนยัน ว่าสหรัฐพร้อมมอบหลักประกันด้านความมั่นคงให้แก่ยูเครนเช่นกัน แม้ทรัมป์ยังคงยืนกรานว่า “ต้องเป็นความรับผิดชอบ” ของยุโรป และเน้นว่า ยุโรปคาดหวัง “การหยุดยิง” ในสงครามครั้งนี้ แม้ทรัมป์ไม่เห็นด้วยก็ตาม
As President Trump has downplayed the need for a ceasefire, German Chancellor Friedrich Merz emphasized the desire for one between Ukraine and Russia.
— ABC News (@ABC) August 18, 2025
"To be honest, we all would like to see a ceasefire." https://t.co/TtwwZRU9Da pic.twitter.com/JjLLxmZ9aG
นอกจากนี้ เมิร์ซ เปิดเผยด้วยว่า ทรัมป์ขอตัวไปโทรศัพท์หาประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ทำให้การประชุมชะงักไปนานราว 40 นาที และคาดการณ์ว่า การประชุมระหว่างปูตินกับเซเลนสกี น่าจะเกิดขึ้นได้อีกภายในประมาณ 2 สัปดาห์นับจากนี้ โดยยังไม่มีการระบุชัดเจนว่า จะเกิดขึ้นที่ใด
อนึ่ง ทรัมป์และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐอีกหลายคนกล่าวตรงกันว่า “เป็นไปไม่ได้แล้ว” ที่ยูเครนจะกลับไปมีดินแดนเท่าเดิม เหมือนก่อนปี 2557 หมายถึงก่อนรัสเซียผนวกคาบสมุทรไครเมีย และสงครามในภูมิภาคดอนบาส แล้วตามด้วยสงครามครั้งใหญ่ตั้งแต่ปี 2565 ที่รัสเซียยึดครองดินแดนในยูเครนได้เพิ่มขึ้นอีก.
เครดิตภาพ : AFP



