เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณีที่มีนักวิชาการกังวลต่อมติที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้ดำเนินการฟ้องร้องตามกฎหมายของไทย เอาผิดทั้งทางแพ่งและอาญากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และสมเด็จฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา อาจจะส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์และการเจรจาในกรอบต่างๆ ระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา ว่า  เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องบริหารจัดการ และต้องดูรายละเอียด โดยขณะนี้เป็นแค่หลักการว่าเราจะพิจารณาดำเนินการ ก็ต้องปล่อยให้มีการฟ้องร้อง และพิจารณาความเหมาะสมต่อไป ขณะเดียวกัน ส่วนที่มีข้อกังวลว่าการฟ้องร้องนี้อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้น ตนเข้าใจ และในที่ประชุม สมช.ได้พูดคุยกันว่าหลังจากนี้ต้องคุยกันในรายละเอียดว่าจะดำเนินการขนาดไหน อย่างไร รวมถึงต้องดูผลกระทบในการเจรจาต่างๆ รวมถึงการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมทั่วไป (เจบีซี) ไทย-กัมพูชา ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพด้วย โดยจะพยายามให้ทุกอย่างสมบูรณ์ที่สุด จึงต้องจัดสมดุลให้ดี

เมื่อถามว่าการที่เคยระบุก่อนหน้านี้ว่าจะใช้กฎหมายระหว่างประเทศในการดำเนินคดีกับกัมพูชา จะดำเนินการอย่างไร นายมาริษ กล่าวว่า เป็นไปตามมติของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ต้องดูรายละเอียดในการฟ้องของกฎหมายไทย ว่าจะฟ้องขนาดไหน อย่างไร ซึ่งต้องดูให้ดี ต้องพิจารณาโดยดูเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย เพราะเป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กัน และต้องทำทุกอย่างให้ราบรื่นที่สุดและดีที่สุด เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามที่นายภูมิธรรมพูดตลอด ว่าต้องดูความเหมาะสม โดยคำนึงถึงมิติต่างๆ รวมทั้งการต่างประเทศ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาอำนาจอธิปไตย และรักษาบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศไทย รวมถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศไทยด้วย.