ที่อำเภอเต๋อชิง มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน มีสวนสาธิตเกษตรอัจฉริยะที่กำลังพลิกโฉมหน้าวงการเกษตรกรรมอย่างสิ้นเชิง โดยผักกาดหอม (Lettuce) และร็อกเก็ต (Arugula) ที่ปลูกที่นี่เติบโตขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งแรงงานคนแม้แต่น้อย

ฟาร์มแห่งนี้ทำงานด้วย เทคโนโลยี AI และ Internet of Things (IoT) ที่ควบคุมกระบวนการเพาะปลูกทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ นาย Hu Yaofeng ผู้จัดการฝ่ายเทคนิคจากบริษัท Zhejiang Houji Intelligent Technology เปิดเผยว่า เครื่องปลูกต้นกล้าอัตโนมัติสามารถย้ายต้นกล้าได้ถึง 30 ต้นในเวลาเพียง 40 วินาที ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากกว่า 70%

เมื่อเครื่องปลูกต้นกล้าทำงานร่วมกับสายพานลำเลียงอัตโนมัติ เครื่องล้างผัก และระบบควบคุมสภาพแวดล้อมในโรงเรือน จึงทำให้เกิดการทำงานแบบ ไร้คนอย่างเต็มรูปแบบ ทุกกระบวนการถูกจัดการด้วยเครื่องจักร ตั้งแต่การปลูก การดูแล การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการบรรจุภัณฑ์

นักวิจัยยืนยันว่า พืชผักที่ปลูกในฟาร์มนี้ ปลอดสารกำจัดศัตรูพืชและโลหะหนัก อีกทั้งยังให้ผลผลิตที่น่าทึ่ง คือมากกว่าการปลูกกลางแจ้งแบบดั้งเดิมถึง 5-7 เท่า

นาย Hu Yaofeng ยกตัวอย่างว่า ต้นกล้าร็อกเก็ตใช้เวลาเพาะเลี้ยงเพียง 15 วันก่อนจะย้ายปลูก และสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 25-30 วัน ผลผลิตจากฟาร์มจะถูกส่งตรงไปจำหน่ายให้กับผู้ค้าปลีกรายใหญ่ของจีน เช่น Freshippo และ Yum! Brands

การเกษตรไฮเทคนี้ไม่เพียงแต่ช่วยป้อนสินค้าคุณภาพสูงสู่ผู้ค้าปลีก แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงอนาคตของภาคเกษตรกรรมจีน นี่คือนวัตกรรมสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีกำลังขับเคลื่อนการทำเกษตรสมัยใหม่ เพื่อส่งมอบผักที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพให้กับผู้บริโภคโดยตรง

เครดิต China Media Group (CMG)