เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีคลิปเสียงสนทนาของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สนทนากับสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ในวันที่ 21 ส.ค. 2568 ว่า ต้องยอมรับว่ามีคลิปจริง ไม่ใช่การถกเถียงว่าเป็นคลิปปลอม แต่ตนก็ต้องตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่ไปเป็นพยาน ถ้าเป็นกองทัพน้ำหนักก็จะเพิ่มขึ้น แต่พยานเมื่อเป็นพยานที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาโดยตรง ก็ต้องยอมรับว่าน้ำหนักน้อยลง แต่ก็ต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่ได้เห็นด้วยกับการที่จะใช้นิติสงครามใด ๆ ซึ่งไม่ตรงกับจุดยืนของพรรคประชาชน และต้องยอมรับว่านายกฯ ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ที่ได้สัดส่วนกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากคลิปเสียง
“ผมยอมรับว่าสิ่งที่สมเด็จฮุน เซน ทำในการปล่อยคลิปเสียงไม่เหมาะสม แต่การพูดของนายกฯ ในเรื่องนั้นก็ไม่เหมาะสมเช่นเดียวกัน ดังนั้น ก็ต้องมีความรับผิดชอบถ้าจะเข้ามาทำการเมืองแล้วแสวงหาแต่ความรับชอบ ผมว่าก็ไม่ควรมาเป็นนักการเมือง เพราะเราต้องการนักการเมือง ที่กล้าหาญมากกว่านี้ วันนี้ที่มีปัญหาหลาย ๆ อย่าง ที่แก้ไม่ตก เพราะว่าท่านไม่รู้จักความรับผิดรับผิดชอบ จึงทำให้สถานการณ์บ้านเมืองเรายุ่งเหยิง และเกิดปัญหาเสถียรภาพแบบนี้ ผมอยากเห็นนายกฯ แสดงสปิริต แต่ก็คงเป็นคำพูดที่ช้าไปเพราะที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่า ท่านไม่ได้มีสปิริตอะไรเลย” นายรังสิมันต์ กล่าว



