เมื่อวันที่ 25 ส.ค. พล.ท.อนุสรณ์ โออุไร แม่ทัพน้อยที่ 4/รอง ผอ.รมน.ภาค 4 มอบหมายให้ พ.อ.ดุสิต เกษรแก้ว หัวหน้าชุดตรวจสอบคณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐและทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 4 พร้อมเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมกับนายพงศธร คงทอง ปลัดอำเภอบ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี นำกำลัง อส. ผู้นำชุมชน และชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 4 ต.ทรัพย์ทวี เข้าเดินตรวจสอบแนวเขตแปลงที่ดิน นสล.เลขที่ สฎ.0575 ประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน ทุ่งปากขอตอนใต้ แปลง 2 บ้านห้วยคุย ต.ทรัพย์ทวี และค้นหาหลักหมุดแสดงแนวเขตที่ดิน หลังพบว่ามีผู้พยายามทำลายหลักเขตเพื่อบุกรุกเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดิน

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบภาพถ่ายทางดาวเทียม พบว่าที่ดินสาธารณะแปลงทุ่งปากขอตอนใต้แปลง 2 ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 2,444 ไร่ ถูกบุกรุกปลูกปาล์มน้ำมันเต็มพื้นที่ บางส่วนอายุผลอาสินเกินกว่า 10 ปี บางส่วนเพิ่งมีการปรับพื้นที่โดยใช้เครื่องจักรและปลูกปาล์มน้ำมันอายุระหว่าง 1-2 ปี และยังมีการสร้างบ้านพักอาศัยแบบถาวร

ทั้งนี้ คณะทำงานฯ ได้ใช้วิธีเดินเท้าสำรวจ มีจุดเริ่มต้นทางตอนใต้ของแปลงที่ดิน นสล.เลขที่ 30977 ทุ่งปากขอ ที่ดินสาธารณประโยชน์ที่พลเมืองใช้ร่วมกัน หมู่ 1 บ้านควนท่าแร่ ต.ทรัพย์ทวี ไปทางทิศใต้ ตามแนวคู 500 ซึ่งเป็นแนวเขตกั้นที่ดินสาธารณะออกจากที่ดินของชาวบ้าน ที่ดำเนินการขุดมาตั้งแต่ปี 2532 ก่อนจะมีการรังวัดเพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เมื่อปี 2547 ซึ่งปัจจุบันยังคงสภาพคูขุดอย่างเห็นได้ชัด โดยคณะทำงานฯ ได้ค้นพบหลักหมุดแสดงแนวเขต ซึ่งถูกเคลื่อนย้ายออกจากตำแหน่งเดิม แล้วนำไปซุกซ่อนไว้ จำนวน 2 ต้น จึงได้ทำการบันทึกภาพ และระบุพิกัดดาวเทียมไว้เป็นหลักฐาน รวมทั้งบันทึกการตรวจสอบแนวเขตพิกัดทางดาวเทียม เพื่อนำไปเปรียบกับแผนที่ระวางของสำนักงานที่ดิน ในการวางแนวเขตที่ดินสาธารณะ เพื่อหาตำแหน่งที่ตั้งอีก 2 แปลงที่เกี่ยวข้องกัน
ทางด้าน พล.ท.อนุสรณ์ โออุไร แม่ทัพน้อยที่ 4/รอง ผอ.รมน.ภาค 4 กล่าวว่า การดำเนินการตรวจสอบแนวเขตที่ดินทุ่งปากขอ ที่ดินสาธารณประโยชน์ที่พลเมืองใช้ร่วมกัน ของ ต.ทรัพย์ทวี เป็นไปตามภารกิจการตรวจสอบการบุกรุกทำลายที่ดินสาธารณะ ซึ่งทาง กอ.รมน.ภาค 4 ได้รับการร้องขอจาก จ.สุราษฎร์ธานี และสำนักงานป้องกันปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังพบว่ามีประชาชนและนายทุนบุกรุกเข้าไปยึดครองปลูกพลอาสินทางการเกษตร และมีความพยายามปลี่ยนแปลงหลักฐานของทางราชการ เพื่อเตรียมออกโฉนดที่ดิน ซึ่งที่ดินสาธาณะทุ่งปากขอ มีเนื้อที่รวมกัน 3 แปลง ร่วม 8,000 ไร่

“ในส่วนของการตรวจสอบที่ดิน นสล.แปลงที่ สฎ.30977 ซึ่งเป็นปัญหาพิพาทกับกลุ่มชาวบ้านภายใต้กลุ่มไทดำนั้น คณะทำงานได้ข้อสรุป โดยอ้างอิงข้อมูลแผนที่และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันว่าการออกเอกสารสิทธิเป็นไปตามขั้นตอน และอยู่ในเขตพื้นที่ที่ถูกต้อง และได้ส่งมอบเอกสารทั้งหมดต่อคณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อนำไปเป็นหลักฐานในการแก้ไขปัญหาเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าคณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐและทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 4 ทำงานด้วยความโปร่งใส เพื่อป้องกันรักษาทรัพยากรและสมบัติของแผ่นดิน บนความถูกต้องและเป็นธรรมต่อประชาชนในคราวเดียวกันด้วย” พล.ท.อนุสรณ์ กล่าวในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวหน่วยงานราชการในพื้นที่ว่า ขณะนี้ได้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านที่ประกอบอาชีพเลี้ยงวัว ซึ่งส่วนใหญ่จะปล่อยให้ฝูงวัวออกหากินหญ้าในบริเวณพื้นที่สาธารณประโยชน์ที่พลเมืองใช้ร่วมกัน แต่ไปกัดกินต้นปาล์มของกลุ่มที่บุกรุก จนกลายเป็นเหตุทะเลาะวิวาทบ่อยครั้ง



