โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของโลกและประเทศไทย ซึ่งเป็นโรคซับซ้อนที่ต้องการความชำนาญและเทคโนโลยีขั้นสูง โรงพยาบาลวิมุต ประกาศเปิดศูนย์หัวใจและหลอดเลือดแห่งใหม่ ภายใต้แนวคิด “Heart to Heart หัวใจที่ดูแลด้วยหัวใจ” เพื่อรับมือกับสถานการณ์โรคหัวใจและหลอดเลือดที่พบมากขึ้นในกลุ่มคนวัยทำงาน

นพ.นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า สิ่งที่น่ากังวลคือปัจจุบันเราพบว่ากลุ่มวัยทำงานซึ่งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ” โดยเฉพาะ Gen Y โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y หรือคนในช่วงวัย 30-40 ปี ซึ่งถือเป็น “เดอะแบกของครอบครัว”มีอัตราการป่วยเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง เนื่องจากความเครียด การทำงานหนัก และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เอื้อต่อสุขภาพ การเปิดศูนย์หัวใจและหลอดเลือดในวันนี้จึงเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ เพื่อยกระดับการดูแลโรคหัวใจแบบครบวงจร ตั้งแต่การป้องกัน การคัดกรอง การวินิจฉัย ไปจนถึงการรักษาที่ผสานเทคโนโลยีทางการแพทย์ ข้อมูลเชิงลึก และการดูแลเฉพาะบุคคล (Personalized Care) เรามุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรด้านสุขภาพที่เข้าใจและดูแลชีวิตผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุม”

“ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ในปี 2022 ชี้ว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดทั่วโลกถึง 19.8 ล้านคน หรือ 32% ของการเสียชีวิตทั้งหมด โดย 85% เกิดจากภาวะหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขปี 2566 ระบุว่ามีผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดสะสมกว่า 2.5 แสนราย และมีผู้เสียชีวิตถึง 4 หมื่นราย หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 5 คน”
นพ.นิพัฒน์ กล่าวว่า แม้ในอดีตโรคหัวใจมักพบในผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบัน American College of Cardiology พบว่า 1 ใน 5 ของผู้ป่วยหัวใจวายมีอายุต่ำกว่า 40 ปี และอัตราการเกิดหัวใจวายในคนอายุ 20-30 ปี เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 2% ระหว่างปี 2000-2016 ซึ่งสะท้อนว่าคนวัยทำงานตอนต้นกำลังเผชิญปัญหาหัวใจเร็วกว่าที่เคย จากภาระงาน ความเครียด การใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การนั่งทำงานนาน การรับประทานอาหารที่มีโซเดียม น้ำตาล ไขมันสูง รวมถึงการสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และสารเสพติด ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเร่งให้หัวใจและหลอดเลือดเสื่อมเร็วขึ้น ที่น่ากังวลคืออาการในคนอายุน้อยมักไม่ชัดเจน ทำให้พลาดโอกาสในการรักษา

รศ.นพ.ปิยะ สมานคติวัฒน์ ศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลวิมุต เน้นย้ำว่า แม้เทคโนโลยีการรักษาจะก้าวหน้าเพียงใด การป้องกันโรคด้วยการปรับพฤติกรรมการกิน ออกกำลังกาย และตรวจสุขภาพประจำปี ก็ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือมีปัจจัยเสี่ยง การเลิกพฤติกรรมเสี่ยงและตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้พบสัญญาณผิดปกติได้เร็ว และรักษาได้ทันท่วงที”
สำหรับแนวทางการดูแลสุขภาพ “4 ลด – 4 เลิก” สำหรับ Gen Y และทุกคนที่ต้องการดูแลหัวใจให้แข็งแรง:
- 4 ลด:
- ลดอาหารไขมันสูงและหวานจัด: จำกัดความถี่ในการรับประทานเมนูโปรด เช่น ชานมไข่มุก หรือหมูกระทะ
- ลดโซเดียม: อ่านฉลากอาหารสำเร็จรูป เลือกเมนูปรุงน้อย หลีกเลี่ยงการเพิ่มเครื่องปรุง
- ลดน้ำหนักและรอบเอว: ปรับพฤติกรรมให้ร่างกายเคลื่อนไหวมากขึ้น เช่น เดิน ขึ้นบันได
- ลดความเครียดเรื้อรัง: หาเวลาผ่อนคลายอย่างน้อย 15-30 นาทีต่อวัน
- 4 เลิก:
- เลิกสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า: สารในบุหรี่ทำลายหลอดเลือดและหัวใจ
- เลิกนอนดึก–นอนน้อย: นอนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง
- เลิกใช้ชีวิตแบบไม่ออกกำลังกาย: ออกกำลังกายสม่ำเสมอรวม 150 นาทีต่อสัปดาห์
- เลิกละเลยการตรวจสุขภาพประจำปี: ตรวจคัดกรองไขมัน ความดัน และสุขภาพหัวใจปีละครั้ง เพื่อพบความผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ



