เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 68 ที่จ.ยะลา พรรคประชาชาติ ได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ประจำปี 2568 เพื่อเตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้ง ทั้งนี้ที่ประชุมได้ตั้งตัวแทนประจำจังหวัดและคณะกรรมการเพื่อสรรหาผู้สมัคร สส. โดยช่วงหนึ่งของการประชุม นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา ฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ร่วมขึ้นเวทีพบปะกับสมาชิกพรรคและได้กล่าวถึงทิศทางการเมืองของพรรค เป็นภาษาท้องถิ่น นานเกือบ 30 นาที

โดยช่วงหนึ่ง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวตอบคำถามกับสมาชิกที่เข้าร่วมว่า “การเลือกตั้งมีบ่อยไม่เป็นไร แต่ขออย่าเบื่อการเลือกตั้ง”

ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ นายวรวิทย์ บารู สส.ปัตตานี และรองหัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า ในเวทีดังกล่าว นายวันมูหะมัดนอร์ ได้พูดถึงสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน หลังจากที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกฯ ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องพ้นไปทั้งคณะ ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ การชื่นชมการทำงานของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ ที่ขยันทำงาน และทำงานไม่เสียชื่อพรรค ขณะเดียวกัน สส. ของพรรคทั้ง 7 คนนั้น มีผลงานเป็นรูปธรรม ได้ผลักดันกฎหมายสำคัญ เช่น กฎหมายอุ้มหาย ที่ทำได้สำเร็จ 

นายวรวิทย์ กล่าวต่อว่า นายวันมูหะมัดนอร์ บอกว่าสมัยที่เป็นรัฐบาลเราทำงานจริงจัง และเมื่อสมัยก่อนที่เป็นฝ่ายค้านก็ทำงานจริง ดังนั้นในสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน ตามประสบการณ์ทางการเมืองหลายปีของนายวันมูหะมัดนอร์ เชื่อว่า จะมีเลือกตั้งภายใน 5-6 เดือน ไม่ว่าพรรคการเมืองไหนเข้ามาเป็นรัฐบาล และคงเป็นไปตามที่พรรคประชาชนตั้งเงื่อนไขไว้ ว่ารัฐบาลใหม่ที่เข้ามาอยู่ 4 เดือน ก่อนยุบสภาและเลือกตั้งใหม่

“นายวันนอร์บอกด้วยว่า ครั้งหน้านี้ไม่ว่าพรรคประชาชาติจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ขอให้ทำงานให้เต็มที่ แต่หากเป็นรัฐบาล จะทำอะไรได้มากกว่าฝ่ายค้าน ซึ่ง สส. ของพรรคทำงานได้ไม่ว่าเป็นฝ่ายใด พร้อมกันนั้นได้เรียกกำลังใจให้สู้ เพื่อให้ได้ สส.เขตมากกว่า 10 คน และเมื่อรวมกับ สส.บัญชีรายชื่อ ที่คาดว่าจะได้ 3 คน จะทำให้การเมืองรอบหน้าได้เก้าอี้ 2 รัฐมนตรี และมองว่ากระทรวงที่จะช่วยชาวบ้านได้เยอะ คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กระทรวงศึกษาธิการ” นายวรวิทย์  กล่าว

เมื่อถามถึงการหารือภายในพรรคต่อการจับมือฟอร์มรัฐบาล ซึ่งพรรคเพื่อไทย สู้กับ พรรคภูมิใจไทย นายวรวิทย์ กล่าวว่า “ไปภูมิใจไทยยาก เพราะมีประเด็นที่ พ.ต.อ.ทวี ตรวจสอบเขา เรื่องฮั้ว สว. และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส ของพรรคตรวจสอบในกรณีเขากระโดง ดังนั้นเขาคงลำบากใจที่จะเชิญเราไปร่วม เพราะเล่นงานเขาไว้เยอะ”

นายวรวิทย์ ขยายความต่อว่า หากดูดีเอ็นเอแล้ว ตนเชื่อว่าการฟอร์มรัฐบาลอบนี้ ส้มกับแดง จะเป็นไปได้มากกว่าส้มผสมกับน้ำเงินเพราะมีประเด็นข้ามขั้วที่ผิดวิถีทางทางการเมือง ทั้งการแก้รัฐธรรมนูญ ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ทำประชามติ รวมถึงกรณีของฮั้ว สว. 

“ผมว่ายากจะทำงานร่วมกันได้ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ตรวจสอบอย่างจริงจัง แต่ไม่เป็นไร อันไหนที่ประชาชนได้ประโยชน์ว่ากันไป ส่วนพรรคมีช่องทางทำผลงานให้ดี ไม่ใช่ทำงานแบบขาวๆ ดำๆ  อีกทั้งหากไปร่วมแล้วต้องทำงานแบบดำๆ ขาวๆ ผู้แทนของพรรคเราไม่ต้องการ” นายวรวิทย์ กล่าว.