สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองแอดิเลด ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ว่า นับตั้งแต่วันจันทร์ ที่ 1 ก.ย. ร้านค้าและธุรกิจต่าง ๆ ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ห้ามจำหน่าย หรือแจกจ่ายบรรจุภัณฑ์รูปปลาอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ไว้ใช้ใส่ซอส ซึ่งมักพบได้ตามร้านอาหารเอเชีย และร้านอาหารแบบซื้อกลับบ้านหลายแห่งทั่วโลก

มาตรการดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากกฎหมาย ซึ่งสภารัฐเซาท์ออสเตรเลียรับรองเมื่อปี 2566 ที่ห้ามการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง หลอดพลาสติก ที่คนเครื่องดื่ม สำลีก้าน และแถบกระดาษชิ้นเล็กที่ใช้โปรยในงานรื่นเริง เพื่อลดมลพิษ การปล่อยก๊าซคาร์บอน และปกป้องสิ่งมีชีวิตในท้องทะเล

แม้บรรจุภัณฑ์รูปปลา ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้ใส่ซอสถั่วเหลืองจะทำจากพลาสติกโพลีเอทิลีน ที่สามารถนำไปแปรรูปได้ แต่ขนาดที่ “เล็ก” ส่งผลให้ภาชนะเหล่านี้ ไม่สามารถผ่านกระบวนการรีไซเคิลด้วยเครื่องจักรอย่างถูกวิธี ขณะเดียวกัน การห้ามใช้ครั้งนี้ครอบคลุมถึงภาชนะใส่ซีอิ๊วขนาด 30 มิลลิลิตร ที่มีจุกหรือฝาปิด

อนึ่ง บรรจุภัณฑ์รูปปลาคิดค้นโดยนายเทรุโอะ วาตานาเบะ เมื่อปี 2497 เดิมทีทำจากเซรามิกหรือแก้ว ก่อนเปลี่ยนเป็นพลาสติกในเวลาต่อมา และกลายเป็นวิธียอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการบีบซีอิ๊วลงบนซูชิ อย่างไรก็ดี ผู้คนยังคงสามารถรับประทานซีอิ๊วพร้อมกับซูชิได้ เนื่องจากขวดและซองซีอิ๊วขนาดใหญ่ ไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการห้ามนี้.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES