สถานการณ์การเมืองไทยได้เข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ออีกครั้ง หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับ “สมเด็จฮุน เซน” อดีตผู้นำกัมพูชา ส่งผลให้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่างลงทันที และประเทศจำเป็นต้องหาผู้นำคนใหม่โดยเร็ว ทำให้สปอตไลต์ทุกดวงกลับมาฉายจับที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ซึ่งในที่นี้คือ นายชัยเกษม นิติสิริ จากพรรคเพื่อไทย และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ต่างถูกมองเป็นตัวเต็งที่อาจก้าวขึ้นมานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย

เทียบประวัติ “อนุทินVSชัยเกษม”
ประวัติส่วนตัวและการศึกษา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล
ปัจจุบันอายุ 59 ปี เกิดในครอบครัวที่คลุกคลีกับการเมือง โดยเป็นบุตรชายของ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีต รมว.มหาดไทย เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮอฟสตรา สหรัฐอเมริกา ก่อนจะกลับมาสานต่อธุรกิจครอบครัว นอกจากนี้ยังผ่านการอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงจำนวนมาก เช่น วตท. และ วปอ.

นายชัยเกษม นิติสิริ
ปัจจุบันอายุ 77 ปี มีภูมิหลังที่แข็งแกร่งในสายกฎหมาย จบปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับสองจากคณะรัฐศาสตร์ สาขานิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กฎหมายระหว่างประเทศจาก Columbia University และยังเป็นเนติบัณฑิตไทย

ทั้งสองคนมีภูมิหลังที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยนายอนุทินเติบโตมาในสายธุรกิจและการก่อสร้าง ขณะที่นายชัยเกษมมีเส้นทางที่มั่นคงในแวดวงตุลาการและการบังคับใช้กฎหมาย

เส้นทางการทำงานและการเมือง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล
เริ่มต้นจากการเป็นนักธุรกิจ ก่อนเข้าสู่การเมืองในปี 2539 ในตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรี เขาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยในรัฐบาลไทยรักไทย ก่อนจะถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี หลังพ้นโทษได้กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และมีบทบาทสำคัญในการร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐในปี 2562 และพรรคเพื่อไทยในปี 2566 โดยล่าสุดได้ประกาศถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลและย้ายไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

นายชัยเกษม นิติสิริ
เริ่มต้นอาชีพในฐานะอัยการในปี 2516 และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดคือ อัยการสูงสุด ในปี 2550-2552 หลังเกษียณอายุราชการ เขาเข้าสู่การเมืองในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และมีบทบาทสำคัญในการเจรจากับคณะรัฐประหารในปี 2557 นอกจากนี้ยังเป็นที่ปรึกษาให้กับนายกรัฐมนตรีถึงสองคนคือ นายเศรษฐา ทวีสิน และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร

นายอนุทินโดดเด่นในฐานะนักการเมืองผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อรองและร่วมรัฐบาล ขณะที่นายชัยเกษมมีบทบาทในฐานะนักกฎหมายและนักบริหารที่มากประสบการณ์ในระบบข้าราชการ

ผลงานและจุดยืนทางการเมือง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล
มีผลงานที่เป็นที่รู้จักในวงกว้างคือการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 และการผลักดันนโยบายกัญชาทางการแพทย์ ในฐานะ รมว.สาธารณสุข และการรับตำแหน่ง รมว.มหาดไทย ซึ่งเป็นกระทรวงสำคัญที่ดูแลข้าราชการส่วนภูมิภาค

นายชัยเกษม นิติสิริ
มีจุดยืนที่ชัดเจนในด้านนิติรัฐ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เขาเชื่อว่ากฎหมายไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง และสนับสนุนให้มีการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งเพื่อป้องกันการรัฐประหารในอนาคต

โอกาสในเส้นทางสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

การที่รัฐบาลชุดที่แล้วสิ้นสุดลง ทำให้สถานการณ์ปัจจุบันเปิดโอกาสให้ทั้งสองแคนดิเดต ทั้งนายชัยเกษมในฐานะตัวเลือกที่เหลืออยู่ของพรรคเพื่อไทย และนายอนุทินในฐานะผู้นำพรรคอันดับสามที่ยังมีจำนวน สส.ในมือเป็นจำนวนมาก

เส้นทางสู่ทำเนียบรัฐบาลของ นายอนุทิน นั้นถูกมองว่าเป็นไปได้ หากพรรคเพื่อไทยไม่สามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนในสภาได้เพียงพอ ชื่อของเขาอาจถูกเสนอในฐานะ “นายกรัฐมนตรีคนกลาง” ที่สามารถประสานกับทุกฝ่ายได้ ในขณะที่ นายชัยเกษม อาจได้รับโอกาส หากพรรคเพื่อไทยยังคงเดินหน้าด้วยหลักการเดิม และเสียงในสภาสนับสนุนการเลือกแคนดิเดตจากพรรคแกนนำ..