สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียล อ้างว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอินเดียเป็นแบบ “ด้านเดียว” แต่ตอนนี้ รัฐบาลนิวเดลียื่นข้อเสนอลดอัตราภาษีเหลือศูนย์สำหรับสินค้าของสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวว่า เงื่อนไขดังกล่าว “สายเกินไป” และ “ควรทำตั้งแต่หลายปีที่แล้ว”
อนึ่ง มาตรการภาษีเพิ่มเติมระยะที่สอง ซึ่งสหรัฐต้องการบังคับใช้กับอินเดียอีก 25% มีผลอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา ทำให้อัตราภาษีต่างตอบแทนที่สหรัฐเรียกเก็บจากอินเดียในเวลานี้ เพิ่มเป็นอย่างน้อย 50% ซึ่งเป็นผลจากการที่รัฐบาลนิวเดลียังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย
Trump says India offered to reduce tariffs on US goods to zero https://t.co/KPt1uZ0arF
— The Straits Times (@straits_times) September 1, 2025
แม้ยังคงมีข้อยกเว้นให้กับการส่งออกยาและอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจของอินเดียซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ให้คำมั่นว่า จะดำเนินมาตรการลดภาระภาษีของประชาชน หลังประกาศแนวทางพึ่งพาตนเอง พร้อมยืนยันว่า จะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม
การโพสต์ดังกล่าวของทรัมป์เกิดขึ้น ในเวลาเดียวกับที่จีน กำลังเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (เอสซีโอ) ที่เทศบาลนครเทียนจิน ซึ่งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ต้อนรับผู้นำจากชาติสมาชิกและคู่เจรจา ซึ่งรวมถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดีย
ทั้งนี้ สีและโมดีมีโอกาสพบหารือกันนอกรอบการประชุมเอสซีโอครั้งนี้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า จีนและอินเดีย “ควรเป็นหุ้นส่วนแห่งการพัฒนา ไม่ใช่คู่แข่ง”.
เครดิตภาพ : AFP



