สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ว่า คำตัดสินที่สำคัญนี้ มีขึ้นหลังนายอามิต เมห์ตา ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐ ตัดสินเมื่อเดือน ส.ค. 2567 ว่า กูเกิลรักษาการผูกขาดการค้นหาข้อมูลทางออนไลน์อย่างผิดกฎหมาย ผ่านข้อตกลงการจัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
“คำตัดสินของศาลในวันนี้ สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมเกิดการเปลี่ยนแปลงมากแค่ไหน จากการถือกำเนิดของปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ซึ่งทำให้ผู้คนค้นหาข้อมูลได้หลายวิธี” นางลี-แอนน์ มัลฮอลแลนด์ รองประธานฝ่ายกำกับดูแลของกูเกิล กล่าว
อย่างไรก็ตาม มัลฮอลแลนด์กล่าวเพิ่มเติมว่า กูเกิลมี “ความกังวล” เกี่ยวกับข้อกำหนดของศาล ในการแบ่งปันข้อมูลการค้นหา และจำกัดการจัดจำหน่ายบริการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน
????MAJOR NEWS????
— Abigail Slater (@AAGSlater) September 2, 2025
Today, a court issued remedies in a major antitrust case against Google’s unlawful monopolization of internet search and search advertising. This is an important step in a key antitrust case the Department of Justice has pursued since the first Trump…
ทั้งนี้ คำตัดสินของเมห์ตา ถือเป็นหนึ่งในการพิพากษาอย่างมีนัยสำคัญที่สุด ต่อแนวทางปฏิบัติการผูกขาดขององค์กรในรอบ 20 ปี และอาจเปลี่ยนแปลงอนาคตของกูเกิลอย่างสิ้นเชิง ขณะที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐระบุว่า มาตรการเยียวยา “มีความสำคัญ”
“เราจะยังคงทบทวนความคิดเห็น เพื่อพิจารณาทางเลือกและขั้นตอนต่อไปของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ เกี่ยวกับการแสวงหาความช่วยเหลือเพิ่มเติม” น.ส.อบิเกล สเลเตอร์ ผู้ช่วยอัยการสูงสุดแผนกต่อต้านการผูกขาด สังกัดกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ กล่าว
อนึ่ง รัฐบาลสหรัฐผลักดันให้กูเกิลขายกิจการของโครม โดยอ้างว่า เว็บเบราว์เซอร์ดังกล่าวทำหน้าที่เป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงกิจกรรมทางอินเทอร์เน็ต และอำนวยความสะดวกในการค้นหาเว็บไซต์ของกูเกิลถึง 1 ใน 3 แต่เมห์ตากล่าวเตือนในคำตัดสินว่า การขายโครมจะมีความยุ่งยากและความเสี่ยงสูง พร้อมกับเสริมว่า ทนายความของรัฐบาลสหรัฐดำเนินการเกินขอบเขต.
เครดิตภาพ : AFP



