เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 68 นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวกล่าวถึงคนเป็นรัฐมนตรีต้องสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยระบุว่า นโยบาย 66 / 23 คือ รัฐบาลมีเจตนารมณ์ในการเทิดทูนและรักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างเคร่งครัด และรัฐบาลถือเป็นภาระสำคัญและเร่งด่วน ในการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ อันเป็นสาเหตุสำคัญยิ่งในการบั่นทอนความมั่นคง รวมถึงปฏิบัติต่อผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์หรือผู้หลงผิดที่เข้ามอบตัวหรือที่จับได้อย่างเพื่อนประชาชนร่วมชาติ ชี้แจงเพื่อให้ได้เข้าใจถึงนโยบายของรัฐบาลในปัญหานี้อย่างถ่องแท้ช่วยเหลือให้ใช้ชีวิตใหม่ร่วมกันต่อไปในสังคมอย่างเหมาะสม
นายศุภชัย ระบุต่อว่า จากนโยบายนี้ ที่ส่วนหนึ่งเสียชีวิตจากการสู้รบทำให้ผู้หลงผิดจำนวนมากได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ จากสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์กลับมาสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จากป่ากลับสู่เมือง เรียนหนังสือจนจบทำมาหากินเลี้ยงตัวเอง และครอบครัว หลายคนรับราชการจนตำแหน่งเติบโตถึงระดับอธิบดี ทำธุรกิจเป็นเศรษฐีพันล้านหมื่นล้านก็หลายคน มาทำงานการเมืองก้าวสู่ตำแหน่งถึงระดับรัฐมนตรีใหญ่โต ซึ่งแน่นอนว่าหากนโยบายนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอาจต้องเสียชีวิตในวัยหนุ่มวัยสาว โอกาสที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อาจจะไม่เกิดขึ้น
“จากวันนั้นถึงวันนี้กว่า 40 ปีแล้ว แน่นอนว่าทุกคนล้วนสำนึกและขอบคุณแผ่นดินนี้และแน่นอนว่าพวกเขาเหล่านั้นต้องสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย ในวันนี้ผมยังหวังว่าสำนึกในวันนั้นยังไม่จางหายไป และไม่เชื่อว่าผู้ที่ได้ชีวิตใหม่ในวันนั้น จะกระทำการใดอันอาจเป็นเหตุให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท # คอมมิวนิสต์” นายศุภชัย ระบุ.



