เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 4 ก.ย. ที่รัฐสภา นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรค พท. จะเสนอชื่อนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ว่า วันนี้มาในฐานะเลขาธิการพรรค พท. และในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติของพรรค พท. ซึ่งเรายืนยันถึงอำนาจหน้าที่และมั่นใจในอำนาจการทูลเกล้าฯ ถวายคำแนะนำในการยุบสภา โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี สามารถทำได้ ซึ่งถือเป็นกระบวนการฝ่ายบริหาร ส่วนที่ถูกฟ้องนั้น ทุกคนให้กำลังใจ แต่ยังยืนยันว่าเราทุกคนมั่นใจว่า อำนาจของผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีก็คืออำนาจ

นายสรวงศ์ กล่าวต่อว่า เรามายืนอยู่ในฐานะนิติบัญญัติ และพรรค พท. ยืนยันว่าข้อเสนอสุดท้ายของเราคือ หากวันที่ 5 ก.ย. มีการโหวตเลือกนายกฯ และเสียงส่วนใหญ่มอบความไว้วางใจให้นายชัยเกษม หลังจากเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ และมีการแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา เราจะประกาศยุบสภาทันที ดังนั้นให้ติดตามว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวันที่ 5 ก.ย. นี้ และยืนยันว่าเราไม่มีเกมช่วงชิงหรือยื้อวาระการโหวตเลือกนายกฯ แต่อย่างใด  

เมื่อถามว่า ข้อเสนอในครั้งนี้ เกิดขึ้นเพื่อให้พรรคประชาชน (ปชน.) กลับมาโหวตสนับสนุนพรรค พท. ใช่หรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ไม่ได้เป็นข้อเรียกร้องให้พรรคใดมาสนับสนุน แต่เป็นสิ่งที่เรามีการพูดคุยกันว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดของประเทศในตอนนี้ ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงเดินทางมาถึงวันนี้ได้ พรรค พท. มีความตั้งใจ มีความบริสุทธิ์ใจ ที่จะคืนอำนาจให้กับประชาชน และวันนี้เรายื่นข้อเสนอสุดท้ายให้กับทุกพรรคการเมืองที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อถามว่า เป็นการป้องกันไม่ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นนายกฯ หรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า อย่าถึงขนาดนั้น แล้วแต่วิจารณญาณของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตนในฐานะเลขาธิการพรรค พท. และสมาชิกพรรค พท. ทุกคน ยืนยันเสนอแคนดิเดตนายกฯ คนสุดท้ายของเราคือนายชัยเกษม เป็นนายกฯ คนที่ 32

เมื่อถามว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงให้พรรค พท. และรัฐบาลชี้แจงว่า จะเลือกระหว่างยุบสภาหรือการโหวตเลือกแคนดิเดตนายกฯ นายสรวงศ์ กล่าวว่า อย่างที่เรียนให้ทราบ ตนมาในวันนี้ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เราไม่ทราบว่าขั้นตอนของฝ่ายบริหารเป็นอย่างไร หรือติดตรงไหน แต่ฝ่ายนิติบัญญัติอย่างไรก็ต้องเดินต่อ เราต้องมองทุกมิติ หากเราไม่เตรียมความพร้อมไว้เลยว่า วันที่ 5 ก.ย. จะเกิดอะไรขึ้นในสภาผู้แทนราษฎร พวกเราก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน ดังนั้น ฝ่ายนิติบัญญัติต้องเดินทางหนึ่ง ฝ่ายบริหารก็ต้องเดินอีกทางหนึ่ง แต่ความชัดเจนของทั้งสองฝ่าย ของพรรค พท. และรัฐบาล มีความประสงค์เดียวกันคือการคืนอำนาจให้กับประชาชนอย่างชัดเจน

ถามย้ำว่า เราจะเดินสองทางนี้ใช่หรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วขนาดเดินแถวขาเดียวยังรู้สึกว่าเราไม่มั่นคง ยังหาความจริงใจจากพวกเราอยู่เลย ดังนั้น ก็ไปสองขาแบบนี้ เพื่อจะให้เห็นว่าพวกเราจริงใจขนาดไหน

เมื่อถามถึง ขั้นตอนเมื่อมีการโหวตนายกฯ และไปสู่ขั้นตอนการยุบสภา จะมีกรอบระยะเวลาอย่างไร นายสรวงศ์ กล่าวว่า ต้องมีอะไรที่เสร็จก่อน และต้องดูว่าอะไรที่มีความเรียบร้อยก่อน แต่สิ่งที่เราเสนอในวันนี้ คือการแสดงความจริงใจที่จะคืนอำนาจให้กับประชาชน รีเซตให้ประชาชนได้ดูว่าใครเหมาะสมที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต ซึ่งเรามีหลายอย่างที่ต้องจัดเตรียมภายในปีนี้ ทั้งการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ และอื่นๆ ต้องมีคนมาบริหารจัดการ ฉะนั้น ทุกอย่างต้องรวดเร็ว

ส่วนที่พรรคประชาชนมองว่าย้อนแย้งที่มีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ และดำเนินการยุบสภา นายสรวงศ์ กล่าวว่า เราอยู่กันคนละมิติ ในส่วนของนายภูมิธรรม ของฝ่ายบริหาร ซึ่งมีขั้นตอนเสนอยุบสภา แต่หากไม่เกิดขึ้นจริง พวกเราต้องมีทางไป ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติคือการเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมจะเป็นนายกฯ ในส่วนของพรรค พท.

เมื่อถามว่า เงื่อนไขที่จะให้มีการยุบสภาเร็วนั้น สายไปหรือไม่ในขณะนี้ เพราะมีการลงนามไปแล้วระหว่างสองพรรคการเมือง นายสรวงศ์ กล่าวว่า ไม่เป็นอะไร ทุกอย่างสามารถทบทวนได้ เอ็มโอเอเขาทำกันไป เราก็มีหน้าที่ทำงานเช่นเดียวกัน ซึ่งในวันที่ไปคุยกับพรรค ปชน. เราก็พร้อมที่จะลงนาม แต่เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เราต้องมีทางออกของเรา และยืนยันที่จะเป็นเช่นนี้ ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่มีอะไรที่สายไป เพราะยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เมื่อถามว่า มีการพูดถึงการยื่นทูลเกล้าฯ ยุบสภาที่ผิดขั้นตอนหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ไม่มี และย้ำว่าเป็นในส่วนของฝ่ายบริหาร ไม่ใช่อำนาจของตน แม้ว่าจะเป็นรักษาการรัฐมนตรี ก็ไม่ได้มีส่วนหรือมีอำนาจอะไรจะไปยุ่งเกี่ยวกับตรงนั้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ แต่ยอมรับว่าในพรรคได้มีการพูดคุยกัน เช่น กรณีที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ในสิ่งที่นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ได้ร่างขึ้นมา ที่อาจจะได้เห็นถึงขั้นตอน แต่ตนไม่ขอก้าวล่วงในจุดนั้น ให้กระบวนการเดินต่อไป จะติดขัดส่วนไหน หรือส่วนไหนที่เร็วในการคืนอำนาจให้กับประชาชน พวกเราก็ยินดี.