เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่พันตัวสวมบทใหม่ไปจนแฟนๆคิดถึง สำหรับ “ชาคริต แย้มนาม”ที่หลังจากแต่งงานกับ “แอน ภัททิรา รุ่งโรจน์“ชาคริต แย้มนาม ก็ได้เปลี่ยนฟอร์มตัวเองจากพระเอกหน้าจอ มาเป็นชาวสวนผลไม้ฟูลไทม์ ทั้งคู่อยู่ร่วมดูแลทรัพย์สินและสวนของภรรยาและลงทุนร่วมกัน ถึงแม้ในช่วงที่ผ่านมานั้นสวนผลไม้ที่แม้จะเผชิญราคาตก แต่ก็ไม่ท้อ บอกได้เลยว่าเขยจันท์อย่าง ชาคริตไม่ท้อ ช่วยผลักดันให้ในธุรกิจเดินหน้าไปได้อย่างมั้นคง
ล่าสุดในงาน แถลงข่าวซีรีส์ MOUSE จับฆาตกรทองคำเปลว ชาคริต ได้ม่ร่วมงานแถลงข่าวในฐานะนักแสดงนำของเรื่อง ซึ่งหลังจากจบงาน ชาคริตได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึง วิกฤตผลไม้ราคาตกต่ำในฐานะชาวสาว โดย ชาคริต เผยว่า
“ปีนี้รีแลกซ์มาครึ่งปีเลย รีเซ็ตอะไรใหม่ ไปโฟกัสงานที่บ้านมากกว่า แต่อาทิตย์หน้าจะเปิดกล้องเรื่องใหม่กับช่องวัน ตอนนี้กลับมาเรื่องของการแสดงแล้ว หน้าผลไม้หมดไปแล้ว พักฟื้นต้น แล้วเริ่มดูแลใหม่ สภาพอากาศก็มีผลมาก สภาวะเรื่องราคาด้วย แต่ทางปลายทางเขาก็มีปัญหา แต่มันก็มีขึ้นมีลง ต้องเข้าใจหัวอกกัน หาตรงกลางให้เจอถึงอยู่รอดได้ ใครแข็งอยู่ฝ่ายเดียวมันก็ไม่รอด แต่ก็ขอบคุณลูกค้าเขยจันท์ ที่ซัพพอร์ตเราอยู่ในประเทศ ไม่ต้องพึ่งทางส่งออกอย่างเดียว”

“ทุเรียนปีนี่ถูกจนตกใจ มันก็ปี๊ด แล้วมันก็ปุ๊บเลย แต่ยังไม่เท่าไหร่ เสียดายผลไม้อื่นหรือมังคุด ที่ควรจะมีราคาได้ แต่อยู่ดีๆ ที่ร่วง ก็น่าเป็นห่วง อยากให้มันมีมาตราฐานเรื่องคุณภาพ และไม่มีราคาตกใจ ไม่ต้องแพงเกินไป ไม่ต้องดิ่งเกินไป ถ้าเป็นอย่างนั้นทุกคนน่าจะแฮปปี้ แต่มันก็ต้องรู้จักปรับตัว ผมเชื่อว่าทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิด เกิดขึ้น ทุกคนก็อาจจะมองเห็นโอกาสที่ไม่เคยมองเห็น เป็นหน้าต่างในการเอาตัวรอด ถึงเวลาก็จะมีทางของมัน”

ชาคริต เผยต่อว่า “แต่ถ้าสินค้าไทยแข็งแรงได้แบบมีมาตราฐาน กับมาตราการที่มันมั่งคงให้กับหน้าสวน จนไปถึงคนกลาง หรือพ่อค้าฝั่งโน่นได้ ถ้าหาข้อตกลงกันได้ มันน่าจะสวยงาม เพราะเราเป็นคนที่อยู่ตรงกลาง ข้างหนึ่งเป็นชาวสวน อีกข้างเป็นนักธุรกิจ แล้วอีกข้างก็ยังอยู่ในวงการบันเทิง มันเลยมองโอกาสและภาพรวมหลายอย่าง ล่าสุดไปถ่ายงานที่จีน ก็ได้ไปเห็นตลาดปลายทาง ว่าเขาก็แย่เหมือนกัน”
“เรื่องที่ไปเลสิกตามา คือตั้งแต่ก่อนโควิด ตื่นมาแล้วเวียนหัว แล้วสายตาก็ยาวขึ้น มองไม่ชัด จนเพี้ยนมาเรื่อยๆ ต้องไปตัดแว่นโปรเกรฟซีฟ แต่ก็ยังเปลี่ยนอีก ทั้งสั้น ยาว เอียง แล้วเราเป็นนักแสดง ต้องอยู่กับแสง กับคน ทรมานมาก 4 ปีบ้านหมุนตลอด ใส่แว่นแสดงละครก็ถอดเข้า ถอดออก ก็กระทบกับงาน ใส่แล้วไม่มีความสุข สุดท้ายเลยไปเจอคุณหมอที่โรงพยาบาลตา ตอนนี้ก็ดีขึ้น เพิ่งทำมาสัปดาห์กว่าเอง แต่บ้านไม่หมุนแล้ว มีความสุขกว่าเดิมเยอะ”



ขอบคุณภาพจาก:บักโพธิ์ แย้มนาม



