เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 5 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษก ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) แถลงผลการประชุม ศบ.ทก.เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ตึกสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า สถานการณ์โดยทั่วไปในห้วงเวลาที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายยังคงตรึงกำลังในที่ตั้ง โดยสถานการณ์ในภาพรวมยังอยู่ในความสงบเรียบร้อยไม่มีเหตุการณ์สำคัญในห้วงเวลาที่ผ่านมา กรณีที่ประชาชนมีความห่วงใยบทบาทหน้าที่ของ ศบ.ทก.จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่ในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลนั้น ตนขอให้ความมั่นใจและความเชื่อมั่นกับประชาชนว่า ความมั่นคงการปฏิบัติด้านความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายแดนไทย-กัมพูชา และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเรามีกฎหมายรับรอง และรองรับอยู่แล้ว โดยได้มีการมอบอำนาจให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ตลอดจนผู้บัญชาการเหล่าทัพ แม่ทัพภาค ผู้บัญชาการกองกำลังต่างๆ ในพื้นที่ทั่วประเทศ สามารถดำเนินการได้ตามตัวบทกฎหมาย โดยมีกฎการใช้กำลังที่มีขั้นตอนการปฏิบัติที่ชัดเจน และมีกฎหมายรองรับตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ศบ.ทก. ก็ยังยืนยันดำเนินการ ถึงแม้ว่าจะมีบทบาทน้อยลง แต่การปฏิบัติของกระทรวงกลาโหม กองทัพและหน่วยงานความมั่นคงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีกลไกรองรับในทุกสถานการณ์ทุกกรณี

ด้าน นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า ในเรื่องการใช้พลเรือนสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย ตามที่ปรากฏเป็นข่าวการประท้วงของประชาชนกัมพูชา ที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์ประท้วงรัฐบาลไทย ซึ่งสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้นำข้อความดังกล่าวโพสต์ในโซเชียลมีเดียของตน อ้างว่าการดำเนินการของฝ่ายไทยสร้างความเดือดร้อนให้ชุมชนกัมพูชาในพื้นที่ ซึ่งที่จริงแล้วเป็นพื้นที่อยู่ในเขตไทย กระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงตอบโต้ในเรื่องนี้แล้ว และขอเรียนย้ำว่ามาตรการและการดำเนินการต่างๆ ของรัฐบาลอยู่ในเขตอธิปไตยของไทยโดยสมบูรณ์ โดยดำเนินการตามกฎหมายไทยที่สอดคล้องกับหลักสากลและหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่

นางมาระตี กล่าวว่า ขอย้ำอย่างชัดเจนว่ารัฐบาลไทยไม่มีนโยบายทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างที่กัมพูชากระทำอยู่ และกองทัพไทยยังตรึงกำลังอย่างอดทนอดกลั้นตามมาตรการที่ได้เตรียมไว้ พร้อมแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย และปกป้องอธิปไตยบนพื้นฐานข้อเท็จจริงและตามกฎหมายของประเทศ ไทยขอเรียกร้องให้กัมพูชายุติการปลุกระดม การจัดฉาก ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการคลี่คลายสถานการณ์ความตึงเครียดในขณะนี้และการสร้างสันติภาพที่แท้จริง อยากให้กัมพูชาเลือกเส้นทางที่จริงใจและมีความรับผิดชอบเพื่อให้ประชาชนสองประเทศอยู่ร่วมกันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน 

ขณะที่ น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลขอยืนยันว่าแม้จะอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนผ่านทางการเมือง แต่การดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาครั้งนี้จะดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ได้ทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งจัดสรรงบประมาณเยียวยาผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บและผู้ได้รับผลกระทบทุกท่าน รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยของชาติทุกท่านอย่างดีที่สุด 

น.ส.ศศิกานต์ กล่าวต่อว่า และถึงแม้จะเป็นช่วงรอยต่อทางการเมืองของรัฐบาล ขอให้ประชาชนทุกคนมั่นใจว่าการช่วยเหลือและการเยียวยาจะไม่สะดุด รัฐบาลจะเดินหน้าภารกิจนี้อย่างเต็มกำลังเพื่อปกป้องดูแล และฟื้นฟูจนกว่าประชาชนทุกคนจะกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์  ทั้งนี้ รัฐบาลขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่าอธิปไตยของชาติจะได้รับการปกป้อง ประชาชนของเราจะได้รับการคุ้มครอง ท้ายที่สุดรัฐบาลขอยืนยันเจตนารมณ์ว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ดูแลประชาชนทุกคนด้วยความทุ่มเทอย่างเต็มที่ และความรักชาติ และพลังความสามัคคีของไทย คือพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะทำให้ประเทศก้าวผ่านทุกวิกฤติ ภายใต้พระบารมีแห่งพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจ และหลักชัยแห่งความมั่นคงของชาติไทย.