นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานประชุมวิชาการและจัดแสดงงานวิจัยนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะผลิกโฉมการเกษตรไทยสู่ความยั่งยืนและการแข่งขันในเวทีโลก “AGRINEXT THAILAND 2025”  ว่า การพัฒนางานวิจัยถือเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทย เพราะไม่เพียงแต่ช่วยสร้างองค์ความรู้ใหม่ แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายมุ่งเน้นการสร้างงานวิจัยคุณภาพเพื่อยกระดับภาคการเกษตรของไทย รวมถึงปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนแก่เกษตรกร

โดยผลงานวิจัยต้องมีมาตรฐานที่เข้มแข็ง น่าเชื่อถือ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในระดับฟาร์มและในระดับอุตสาหกรรม และผลักดันให้งานวิจัยแก้ปัญหาที่เกษตรกรเผชิญอยู่จริง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตลอดจนการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงและสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ในขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน ทั้งนักวิจัย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เกษตรกร และสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความท้าทายในอนาคต ไปสู่เป้าหมายสูงสุดคือการพัฒนาภาคเกษตรไทยให้ก้าวสู่ความยั่งยืน โดยอาศัยงานวิจัยและนวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญในการรักษาสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และภาคเกษตรของประเทศสามารถยืนหยัดแข่งขันได้อย่างมั่นคงบนเวทีโลก

ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (ARDA) กล่าวว่า งานประชุมวิชาการและนิทรรศการประจำปี 2568 หรือ “ARDA AGRINEXT Thailand 2025” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25–28 กันยายน 2568 ณ อิมแพคเอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5-8 เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ : พลิกโฉมการเกษตรไทยสู่ความยั่งยืนและการแข่งขันในเวทีโลก” บนพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร เพื่อจัดแสดงนวัตกรรมทางการเกษตรแบบครบวงจร โดยแบ่งเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่

• โซนที่ 1 ARDA Showcase – ผลงานวิจัยคุณภาพที่ต่อยอดใช้จริง ช่วยยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตเกษตรกร อาทิ “เครื่อง CT SCAN ทุเรียน อ่อน หนอน รู้ผลใน 3 วินาที” “เทคโนโลยีตรวจ DNA คัดมะพร้าวพื้นถิ่นหวานที่สุดในโลก 9 องศาบริกซ์” “นวัตกรรมการเลี้ยง BSF แมลงโปรตีนทางเลือก ลดต้นทุน 50% สร้างรายได้ 4 ล้าน/ปี” “KU ARDA 20 ถั่วลิสงพันธุ์ใหม่ ทนแล้ง ทนโรค ให้ผลผลิต 400 กก. / ไร่”

• โซนที่ 2 Agri Tech – เทคโนโลยีและเครื่องจักรกลการเกษตรสมัยใหม่ที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต อาทิ “โดรนขนส่งสินค้า

ทางการเกษตร รับน้ำหนัก 70 กก. บินระยะไกล 3,000 เมตร ลดต้นทุนการขนส่ง 63% ลดความสูญเสียผลผลิต 10%” “กล้วยต้นเตี้ย นวัตกรรม

การปลูกสกัดความสูงจาก 3 เมตรเหลือ 1.5 เมตร ทนลมได้ 90% เพิ่มน้ำหนัก 20–25%” “โคเนื้อพันธุ์ไทยแบล็คกรมปศุศัตว์ การพัฒนาสายพันธุ์ที่สร้างสุดยอดเนื้อพรีเมี่ยมของไทย โตเร็ว ขุนไม่นาน ไขมันแทรกเกรด A4” “เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงหอยแครง ครั้งแรกของประเทศกับพัฒนาเทคนิคการเลี้ยง – อนุบาลขนาดที่ตลาดต้องการ อัตรารอดสูง ฟื้นธรรมชาติ รายได้ยั่งยืน”

• โซนที่ 3 Agri Next – นวัตกรรมเกษตรแห่งอนาคต อาทิ “ALLRice แอปข้าวที่พร้อมให้คำปรึกษาชาวนาตลอด 24 ชม. ตั้งแต่การเลี้ยง สู่การตลาด” “MunBOT แอปเฝ้าระวัง และเตือนภัยโรคมันสำปะหลัง” “Rice Bot เครื่องจำหน่ายข้าวหอมมะลิไทย จุข้าวได้ 100 กก. กด 1 ครั้ง    ใช้ไฟเฉลี่ยเพียง 8–14 สต.” “ปุ๋ยเสื้อเกราะ นวัตกรรมเม็ดปุ๋ยชะลอการปล่อยธาตุอาหาร เพิ่มสารอาหารให้พืช 30 % ผลผลิตเพิ่ม 25% ลดต้นทุน 30–40 %”

• โซนที่ 4 Agri Colorful – ผลิตภัณฑ์เกษตรสร้างมูลค่า ที่นำเสนอความหลากหลายและสีสันใหม่ของตลาดไทย อาทิ “เทคโนโลยีและนวัตกรรมขยายพันธุ์ปะการังอ่อนฟื้นทะเลไทยแห่งแรก แห่งเดียวของประเทศไทย” “เทคโนโลยีเพาะหอยมุกน้ำจืด ราชินีแห่งอัญมณี อัตรารอดสูง” “เทคโนโลยีกลั่นสุราชุมชน พัฒนาคุณภาพสุรากลั่นจากวัตถุดิบเกษตรท้องถิ่น สู่มาตรฐานกรมสรรพสามิตสู่ OTOP Champion”

กระทรวงเกษตรฯ โดย ARDA ขอเชิญชวนประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ครู อาจารย์ นักวิจัย ผู้ประกอบการ และผู้สนใจทุกท่านมาร่วมเที่ยวชมงานดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.arda.or.th และFacebook page : สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)